Tuesday, October 9, 2012

เคล็ดลับลดพุง ในหนึ่งเดือน คุณก็ทำได้

http://image.thiswomen.com/images/21768tut.jpg

        รูปร่างอ้วนลงพุงไม่ใช่แค่ปัญหากวนใจ แต่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต การวิจัยพบว่าไขมันสะสมหน้าท้องนำมาซึ่งโรคมากมาย เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เบาหวาน การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมถึงมะเร็งด้วย หลายคนพยายามลดน้ำหนักแต่ก็ไม่สำเร็จ ลองสารพัดสูตรอาหารก็อาจเคยลดได้เร็ว แต่ก็กลับมาอ้วนลงพุงอีก เสียเงินไปกับการลดน้ำหนักซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งนี้เพราะไม่เข้าใจหลักการที่ถูกต้อง ซึ่งหากปฏิบัติอย่างถูกทาง การลดพุงภายในหนึ่งเดือนไม่ใช่เรื่องยากเลย

          เริ่มต้นที่ตั้งใจ หลายคนมีความคิดแค่อยากผอมแต่ขาดความตั้งใจจริงจัง เมื่อเจอของชอบก็อดใจไม่ได้ ตามเคย ถ้าตั้งใจจริงว่า "จะทำในสิ่งที่ถูกต้องในการลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพของตนเอง" ก็นับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จในการลดน้ำหนักแล้ว

          ตั้งเป้าหมาย การลดน้ำหนักโดย ขาดเป้าหมายก็เหมือนการเดินทางโดยไม่รู้จุดหมาย เริ่มต้นจดบันทึกน้ำหนักตัวและรอบเอว และตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ เช่น จะลดให้ได้สัปดาห์ละ 0.5 กิโลกรัม อย่าตั้งเป้าสูงหรือหักโหมเกินไป จะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ

          ลงมือทำ ด้วยเคล็ดลับในการปรับพฤติกรรมที่ผิดพลาดประจำวันต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณลดพุงได้ง่ายขึ้น

เลิกอด ลดพุง

          ฟังดูแปลก แต่เป็นความจริง หลายคนคิดว่าถ้าอยากผอมต้องอดอาหาร แต่เชื่อหรือไม่ ถ้าคุณอดมื้อเช้าหรือกินมื้อเช้าน้อย เช่น ขนมปังแผ่นเดียว กาแฟแก้วเดียว หรืออดมื้อเย็นสักระยะหนึ่ง อาจทำให้คุณน้ำหนักลดในช่วงแรก แต่จะกลับมาอ้วนได้ในหลัง เคล็ดลับการคุมน้ำหนักคือ "กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ เน้นมื้อเช้ากินให้อิ่มและครบห้าหมู่ก่อน 9.00 น. กินมื้อเที่ยงตรงเวลา และสำคัญที่สุดคือการกินมื้อเย็นก่อน 18.00 น." คนที่กินมื้อดึกจะลงพุงได้ง่าย

เลือกสักนิด คิดก่อนกิน

          บอกตัวเองว่าเพราะเราตามใจตัวเองจึงมีปัญหารูปร่างอย่างทุกวันนี้ ดังนั้นหากตั้งใจลดน้ำหนักจริง ๆ ต้องเริ่มเลือกของกินบ้าง เลี่ยงของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยว ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก กาแฟ หรือช็อกโกแลตเย็น เครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ เพราะเพียง 1 แก้วใหญ่ก็ให้พลังงานเกินเท่ากับกินอาหารมื้อใหญ่ทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องถึงกับหย่าขาดกับของชอบ คุณอาจกินของที่ชอบได้สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง ในมื้อเช้าสุดสัปดาห์ก็ได้

หาตัวช่วย ที่ไม่ใช่ยาลดความอ้วน

          เพราะอาจลดน้ำหนักได้เร็วใน ช่วงแรก แต่ส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบประสาท และเกิดโยโย่กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิมเมื่อหยุดยา ตัวช่วยที่ดีได้แก่ น้ำเปล่า ต้องดื่มบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (8-10 แก้ว) ไม่ใช่เพื่อให้อิ่มน้ำ แต่ร่างกายต้องใช้น้ำในการเผาผลาญไขมัน คนที่ดื่มน้ำน้อยจึงมีแนวโน้มอ้วนง่าย ผักสดก็เป็นตัวช่วยดูดซับไขมันในอาหารที่ดี ผลไม้อย่างฝรั่งหรือแอปเปิ้ลช่วยแก้หิวระหว่างมื้อได้ มีการใช้สารสกัดจากธรรมชาติบางชนิดเป็นตัวช่วยควบคุมน้ำหนัก เช่น สารสกัดไคโตซานจากเปลือกสัตว์ทะเล สาร HCA จากส้มแขก เพื่อสกัดกั้นไขมัน และสารสกัดจากถั่วขาว เพื่อสกัดกั้นแป้งจากอาหาร ทำให้คุณได้รับพลังงาน ส่วนกินจากอาหารลดลง หรือสารสกัดชาเขียวก็ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันสะสมให้เป็นพลังงาน โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบว่าได้ผลและปลอดภัยจริง ใส่ใจอ่านฉลากผลิตภัณฑ์อีกนิดให้แน่ใจว่ามีตรา อย.รับรอง และไม่ควรมีส่วนผสมของครีมเทียมหรือน้ำตาล

นอนเร็ว ก็ผอมเร็ว

          อีกเคล็ดลับคือ นอนเร็วแต่หัวค่ำ ไม่เกินสี่ทุ่มนอนหลับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน แต่ถ้าคุณนอนดึก แม้จะนอนยาวตื่นสายร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้คุณหิวบ่อย กินเยอะ และสะสมไขมันมากขึ้น

          แม้จะมีเคล็ดลับและตัวช่วยมากมาย แต่ผลสำเร็จก็ขึ้นกับความตั้งใจ อาจเพิ่มการออกกำลังกายอีกเพียงเล็กน้อย เช่น เดินต่อเนื่อง 30 นาที ก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้เร็วยิ่งขึ้น ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้อย่างจริงจัง ติดตามผลคืบหน้าทุก ๆ สัปดาห์ แล้วเตรียมพบกับรูปร่างใหม่ ชีวิตใหม่ ที่ไม่ลงพุงอึดอัดเหมือนเดิม



ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Healthplus

วิธีลดน้ำหนักและลดความอ้วนแบบง่ายๆ

วันนี้ขอเสนอวิธีลดน้ำหนักลองที่สามารถนำมาใช้ ลดความอ้วนแบบโลคาร์บกันได้เลยค่ะ



ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีลดความอ้วนที่เน้นตรงที่เราจะทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตต่ำและดีกับร่างกายเช่น ผัก ผลไม้ ข้าวกล้อง โฮลวีต ธัญพืช และพืชตระกูลถั่ว เป็นต้น โดยจะแบ่งเป็น 3 ช่วง และเหมาะกับคนที่ชอบทานอาหารหลากหลาย โดยมีเคล็ดลับคือ ดื่มแอ๊บเปิ้ลไซเดอร์วีนีการ์ เจือจางทุกเช้า เพื่อช่วยย่อยและขับของเสียออกจากร่างกายค่ะ ถ้าหาไม่ได้ใช้มะนาว 1 ลูกบีบใส่น้ำอุ่น ดื่ม 1 แก้วทุกเช้าแทนได้ค่ะ

ช่วงที่ 1เน้นการรับประทานแต่กับข้าว และผักปรุงด้วยน้ำมันมะกอก (ถ้าสามารถหาได้) กับข้าวควรปรุงด้วยเนื้อสัตว์ที่ไม่ติดมัน ไก่ไม่ติดหนัง ไข่ ปลา อาหารทะเล นม ไขมันต่ำ ผลิตภัณฑ์จากนม ถั่ว และน้ำมันมะกอก ทานได้มากเท่าที่ต้องการ คุณสามารถทานยำ ส้มตำ เกาเหลา สเต๊ก ราดหน้าหรือพาสต้าเกาเหลาได้ค่ะ จะเน้นว่าไม่ใส่เส้น หรือแม้แต่วุ้นเส้นก็ไม่ใส่นะคะ ช่วงนี้ใช้เวลา 2 สัปดาห์ค่ะ

ช่วงที่ 2 หลังจากผ่าน 2 สัปดาห์แรกในช่วงที่ 1 มาแล้ว เราสามารถเพิ่มคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการได้ค่ะ แต่ต้องเป็นคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากผลไม้ โฮลเกรนต่างๆ ได้แก่ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ แป้งหรือขนมปังที่ไม่ขัดสี พืชตระกูลถั่ว และซีเรียลต่างๆ เพิ่มได้เพียง 1 อย่างต่อวันค่ะ ค่อยๆ เพิ่มปริมาณคาร์โบไฮเดรตนะคะ อย่ามากเกินไป ลองจดบันทึกว่า แต่ละวัน เรากินอะไรไปบ้าง ให้ผลอย่างไรบ้างนะคะ จะทำให้เรารู้ว่า เราทานคาร์โบไฮเดรตชนิดไหน ทำให้เราลดน้ำหนักได้ดีกว่า ให้อยู่ในช่วงนี้จนกว่า จะลดน้ำหนักจะลงมา จนคุณพอใจค่ะ ส่วนใหญ่จะลดได้ 0.5-1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ค่ะ

ช่วงที่ 3 เป็นช่วงที่ทุกคนชอบมาก เพราะสามารถทานอะไรก็ได้ เพราะได้เรียนรู้ในช่วงที่ 2 แล้วว่าอะไรที่เป็นประโยน์ ทานแล้วได้ผลดีกับเรา เราก็ทานสิ่งนั้นค่ะ หากว่าน้ำหนักขึ้น ก็สามารถย้อนกลับไปแก้ไข ตามแบบช่วงที่ 1 ใหม่ได้ค่ะ เพียง 1-2 สัปดาห์ ก็จะกลับมาสวยเหมือนเดิมค่ะ ช่วงนี้เป็นช่วงที่ คุณจะต้องทำไปตลอดจนเป็นนิสัยค่ะ แล้วคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ระยะยาวเลยทีเดียวค่ะ 
 
 
ข้อมูลจาก THAIMAN

10 อันดับการลดน้ำหนักทันใจแบบง่ายๆ

เชื่อ ว่าคงไม่มีสาว ๆ คนไหนในโลกนี้ไม่อยากมีหุ่นผอมเพรียว เพราะฉะนั้นหลายคนจึงตั้งหน้าตั้งตาลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้งอดอาหาร ออกกำลังกายอย่างหนัก ซึ่งวิธีการเหล่านี้ล้วนสร้างความลำบากให้คุณสาว ๆ ไม่น้อย แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า จริง ๆ ยังมีอีกหลายวิธีที่ลดน้ำหนักได้ง่าย ๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว หากคุณเข้มงวดกับตัวเอง และเอาจริงเอาจัง ลองไปดูกันครับ ว่าทีมงาน toptenthailand มีวิธีไหนเจ๋ง ๆ มาแนะนำให้เพื่อนได้อ่านกันบ้าง
10 อย่าปล่อยให้ตัวเองว่าง
เริ่มต้นอันดับ ที่ 10 ของทีมงาน toptenthailand หากิจกรรมอย่างอื่นทำซะ อาจจะดูโทรทัศน์ ดูหนัง ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำงานบ้าน เลือกกิจกรรมที่ทำให้คุณแฮปปี้ เพราะถ้าคุณปล่อยตัวเองให้ว่าง อาจเกิดความรู้สึกเบื่อ ทีนี้ล่ะ คุณจะเริ่มหันไปหาของกินแล้ว อ้วนแน่ๆรับรอง!!
 

 
 
9 เลือกจานข้าวใบเล็ก ๆ ก็พอ
มาที่อันดับที่ 9 ของทีมงาน toptenthailand ยิ่งพื้นที่จานเล็กเท่าไหร่ คุณก็จะทานอาหารได้น้อยกว่าจานใหญ่แน่นอน แม้จะเป็นอาหารชนิดเดียวกัน หากนึกภาพไม่ออกลองคิดง่าย ๆ เวลาทานอาหารจานหนึ่งหมดแล้ว เราจะรู้สึกว่า กินหมดจานและอิ่มดีกว่า นั้นเท่ากับเราไม่ได้ทานเยอะไงล่ะ นอกจากว่าเราจะก็ขอเบิ้ลจานที่สองหรือเติมข้าวเพิ่ม อันนั้นก็อ้วนอยู่ดี อิอิ
 

 
 
8 เต้นไปพร้อมกับฟังเพลง
เคล็ดลับใน อันดับที่ 8 ของทีมงาน toptenthailand อย่านั่งฟังเพลงเฉย ๆ ลุกขึ้นมาเต้นตามจังหวะเพลงโปรดไปด้วยดีกว่า จะเต้นท่าไหนยังไงก็ตามแต่คุณถนัด พยายามเต้นให้ได้อย่างน้อย 15 นาที ก็ไม่มากนะ แค่ 4-5 เพลงเองจริงม่ะ
 

 
 
7 หาเพื่อนที่กำลังลดความอ้วนเหมือนกัน
ต่อมาอันดับที่ 7 ของทีมงาน toptenthailand หาใครสักคนนึงที่กำลังอยากลดน้ำหนักหรืออยากมีหุ่นสลิมเชฟเหมือนกัน ทานไปด้วยกัน ควบคุมน้ำหนักด้วยกัน ทำกิจกรรมหลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน จุดประสงค์เดียวกันสองแรงแข็งขันจะทำให้เกิดแรงกระตุ้นให้สามารถเอาชนะความ อ้วนได้แบบคูณสองเลยนะเนี่ย!!
 

 
 
6 ดื่มน้ำเยอะ ๆ ในแต่ละวัน
อันดับที่ 6 ของทีมงาน toptenthailand เป็นวิธีง่ายๆ เพราะผลการวิจัยบอกว่า น้ำจะช่วยเร่งระบบเผาผลาญ แถมหากดื่มน้ำก่อนมื้ออาหารเที่ยงยังช่วยให้เราทานอาหารได้น้อยลงด้วย เราควรดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว จะดีมากๆ
 

 
 
5 อย่าตามใจปาก
อันดับที่ 5 ของทีมงาน toptenthailand ห้ามยากอยู่นะ บางคนอดใจไม่ไหว เห็นแล้วมันอยากกะสวาปามให้เรียบ โดยเฉพาะกับอาหารแคลอรีสูงทั้งหลายที่คุณชอบ เค้กเอย ขนมหวาน พิซซ่า สปาเกตตี้ พวกนี่แหละตัวดีเลย แต่ถ้าอยากทานจริง ๆ ก็พยายามเลือกที่ทำด้วยชีสไขมันต่ำหรือพวก low-fat ก็พออนุโลมได้
 

 
 
4 เดินสูดอากาศนอกบ้าน
อันดับที่ 4 ของทีมงาน toptenthailand ไม่ใช่วิธีที่ยุ่งยากอะไรเลย ถ้าวันไหนแดดร่มลมตก อากาศดี ๆ ลมพัดสบาย ๆ ลองออกไปเดินสูดอากาศนอกบ้านดูบ้างเป็นไง ถ้าไม่มีเวลามากพอ เดินสัก 10 นาที แค่ทำใจให้สบายๆกับอากาศดีๆ ก็ช่วยได้เยอะแล้วนะ
 

 
 
3 ออกกำลังกาย
มาถึงอันดับที่ 3 ของทีมงาน toptenthailand เมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย สาว ๆ หลายคนอาจทำหน้าเซ็ง นึกถึงความเหนื่อยหนักยุ่งยาก และการฝืนใจ แต่ถ้าอยากหุ่นดีจริงๆ ลองเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ หากิจกรรมอย่างอื่นที่ช่วยให้คุณมีหุ่นผอมเพรียว แข็งแรง และสนุกไปพร้อม ๆ กัน อย่างเช่น การปั่นจักรยาน กีฬาริมชายหาด ล้างรถ เป็นต้น หรือถ้าไม่อยากออกไปไหน อยู่บ้านว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำจะชวนแฟนหนุ่มเล่นจ้ำจี้ด้วยก็ยังได้นะ อันนี้รับรองหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์มทีเดียว ฮา....
 

 
 
2 ไม่อดอาหารแต่ทานให้มากขึ้น!!!
จริง ๆ แล้ว การลดน้ำหนักที่ดีที่สุดคือการกินอาหารให้มากขึ้นต่างหาก เอ๊ะยังไง!! ในอันดับที่ 2 ของทีมงาน toptenthailand เราไม่ได้หมายถึงให้คุณสวาปามนะจ๊ะ เพราะอาหารที่เราแนะนำให้คุณสาว ๆ ทานเพิ่มคือ อาหารจำพวกผักผลไม้ที่เป็นอาหารมากคุณประโยชน์ต่างหากล่ะ ส่วนอาหารทั้งหลายที่คุณชอบก็ยังสามารถทานต่อไปได้ ไม่จำเป็นต้องไปอดๆอยากๆอาหารที่เราอยากจะกินจนขาดใจตาย แค่ลดปริมาณให้น้อยลงนิดนึงก็พอ ไม่เป็นการทำลายความสุขตัวเองและยังช่วยลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย
 

 
 
1 หยุดขี้เกียจ!!!
นี่เลยอันดับ ที่ 1 ของทีมงาน toptenthailand หลายคนฝันอยากจะมีหุ่นดีเหมือนพวกนางแบบ อยากจะลดน้ำหนักให้ได้ แต่ทำตัวขี้เกียจ!! ไม่เคยออกกำลังกาย บ่นเหนื่อยจะตาย ทำงานก็หนักพอและ กลับบ้านไปนอน ว่างๆก็ดูทีวี เล่นเฟสบุคกับเพื่อนเป็นชั่วโมง เอาขนมมานั่งกินด้วย ปากก็หยุดกินไม่ได้ หยิบๆๆๆ เป็นแบบนี้ทุกวี่ทุกวัน มันจะไปผอมอะไรแม่คู๊ณ!!!! อยากจะหุ่นดีเริ่มต้นง่ายๆไม่ต้องพึ่งมีดหมอ ไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วนให้ตายไว ตั้งใจและคิดกับตัวเองจริงๆจังๆว่า ฉันต้องมีหุ่นที่ผอมเพรียวให้ได้สักวัน มีวินัยกับตัวเอง หยุดขี้เกียจและกลับไปลงมือทำทุกข้อที่แนะนำมา ก็ช่วยให้สาวๆทุกคนมีหุ่นผอมเพรียวแบบทันใจแล้วจ้า ง่ายๆแค่นี้แหล่ะ!! จบ!!
 

 
คุณสามารถนำเนื้อหาหัวข้อนี้วางยังเว็บไซต์ของคุณได้เพียงนำโค้ดด้านล่างไปแปะไว้

10 Ways to Get Slim วิธีลดน้ำหนักให้ได้ผล

10 Ways to Get Slim วิธีลดน้ำหนักให้ได้ผล



10 Ways to Get Slim วิธีลดน้ำหนักให้ได้ผล (Slim Up)

          สำหรับผู้หญิงยุคใหม่ เรื่องของรูปร่างเพรียวกระชับเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กับใบหน้าสวยๆ เลยนะคะ และคำถามยอดฮิตที่แอบต้องเจอทุกครั้งคือ เคล็ดลับการดูแลรูปร่างอย่างไรให้ฟิตแอนด์เฟิร์มจนใครๆ อิจฉา เรื่องแบบนี้ แอนว่า มันเป็นเรื่องของการเอาใจใส่และรู้จักเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองค่ะ ดังนั้น เพื่อเป็นการตอบคำถามที่หลายคนคาใจ แอนเลยนำ 10 เคล็ดลับที่ทำให้แอนมีรูปร่างกระชับได้สัดส่วนมาฝากค่ะ

          1. แน่ใจว่าคุณรักษาสมดุลของการรับประทานโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตได้อย่างถูกต้อง
          ง่ายๆ เลยค่ะ คือพยายามรับประทานโปรตีนให้ได้ 50% และผักผลไม้กับคาร์โบไฮเดรตอย่างละ 25% และอย่าทานจนรู้สึกแน่นท้องนะคะ ควรทานแต่พอหายหิวเพื่อไม่ให้กระเพาะอาหารขยายตัวมากจนเกินไป

          2. แทนที่จะรับประทานอาหาร 3 มื้อต่อวัน พยายามรับประทานให้ได้ 5-6 มื้อเล็กๆ ต่อวันแทน
          หากไม่สามารถทำได้ ให้ลองรับประทานอาหารเสริมจำพวกโปรตีนคั่นระหว่างมื้ออาหาร และควรเว้นระยะก่อนมื้อต่อไปประมาณ 3 ชั่วโมง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายทำการย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น

          3. หลีกเลี่ยงการรับประทานคาร์โบไฮเดรตก่อนมื้อเที่ยง

          เพราะมันจะแปรสภาพเป็นไขมันได้ง่ายกว่า และควรรับประทานเนื้อและผักให้มากขึ้นหลัง 4 โมงเย็น โดยจำกัดอาหารประเภทแป้งให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

          4. ดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 3-4 ลิตร

          เพราะน้ำมีส่วนช่วยในกระบวนการลดน้ำหนักของเรา นอกจากนี้ ยังช่วยนำพาสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย และช่วยให้การเผาผลาญทำงานได้คล่องตัวยิ่งขึ้น แต่อย่าทานอาหารไปดื่มน้ำไป หรือดื่มน้ำทันทีหลังรับประทานอาหารนะคะ เพราะมันจะไปเจือจางกรดในกระเพาะ ให้รอประมาณครึ่งชั่วโมงแล้วจึงดื่มน้ำตามปกติค่ะ

          5. ทราบหรือไม่คะว่า การออกกำลังกายก่อนรับประทานอาหารจะช่วยให้กระบวนการเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้นถึง 30%
           ดังนั้นทุกๆ เช้าจึงควรออกกำลังกายเพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือด และเมื่อไม่มีน้ำตาล ร่างกายของเราจะใช้พลังงานจากไขมันแทน เลือกกีฬาเบาๆ เช่น จ๊อกกิ้งหรือกระโดดเชือกตอนเช้าสักครึ่งชั่วโมง ฟังดูไม่ยากเกินไปใช่ไหมคะ

          6. เมื่อรู้สึกหิว ลองรับประทานโปรตีนแทนคาร์โบไฮเดรตและหลีกเลี่ยงขนมขบเคี้ยวทุกชนิด
          โดยเฉพาะช่วงบ่าย การรับประทานขนมขบเคี้ยวควบคู่ไปกับการดูรายการโทรทัศน์จะยิ่งเพิ่มน้ำหนัก ให้เราอย่างรวดเร็ว จนคุณอาจจะรู้ตัวเมื่อสายเกินไปแล้ว

          7. การแบ่งเวลามาเต้นแอโรบิคในตอนเย็น

          จะทำให้ร่างกายของเรารู้สึกสดชื่น และหากทำควบคู่ไปกับการออกกำลังกายตอนเช้า จะยิ่งทำให้การลดน้ำหนักได้ผลรวดเร็วทันใจ ไม่เชื่อลองพิสูจน์ดูได้นะคะ

          8. ติดตามผลการลดน้ำหนักของคุณอย่างต่อเนื่อง
          เช่น ลองถ่ายรูปตัวเองเก็บไว้แล้วหลังจากนั้นประมาณ 3-4 สัปดาห์ ลองสังเกตความแตกต่างกับรูปที่คุณเคยถ่ายเอาไว้ ในช่วงแรกคุณอาจรู้สึกว่าน้ำหนักตัวไม่ได้ลดลงมานัก นั่นเป็นเพราะไขมันได้เปลี่ยนเป็นกล้ามเนื้อ แต่อย่าเพิ่งท้อนะคะ ลองทำตามที่แอนแนะนำต่อไป รับรองว่าได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแน่นอน

          9. พยายามรักษาระดับการออกกำลังกายของคุณให้คงที่
          อย่าปล่อยปละละเลยหรือหักโหมจนเกินไป สาเหตุใหญ่ที่คนส่วนมากไม่ประสบความสำเร็จในการลดความอ้วนก็เพราะไม่มีความ อดทนพอ การจะลดน้ำหนักให้ได้ผลต้องตั้งเป้าหมายชัดเจน และไม่สูงเกินไป การลดน้ำหนักเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความอดทน อาจจะยากในช่วงแรกๆ แต่เมื่ออะไรๆ เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วทุกอย่างก็จะเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

          10. ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่วางขายอยู่ทั่วไปมีสรรพคุณและการทำงานที่แตกต่างกันออกไป
          หากใครอยากลองซื้อมารับประทาน ควรขอคำปรึกษาจากแพทย์ก่อน แต่ต้องไม่ลืมออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะคะ

          ได้เคล็ดลับง่ายๆ ของแอนไปแล้ว ลองปฏิบัติตามดูนะคะ รับรองว่าคุณจะมีรูปร่างเพรียวกระชับไม่แพ้แอนแน่นอนค่ะ

การเดิน 10,000 ก้าวต่อวัน

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก

 ขอเสนอวิธีลดน้ำหนัก ด้วยการออกกำลังกายที่เหมือนไม่ได้ออกกำลังกายมาฝากค่ะ รู้กันมั้ยคะ ว่าการเดินก็สามารถช่วยให้เราลดน้ำหนักได้ ยิ่งสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยมีเวลาด้วยแล้วยิ่งดีเลยค่ะ เพียงแค่เดินอย่างถูกวิธีเท่านั้น ก็เหมือนกับได้ออกกำลังกายไปในตัวแล้วค่ะ

การเดิน 10,000 ก้าวต่อวัน ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพเทียบเท่ากับการวิ่งถึง 30 นาที นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า การเดินเพียง 30 นาทีต่อวัน ช่วยให้หัวใจทำงานได้ดีขึ้น  40-50% ช่วยลดน้ำหนักได้ 1% ลดไขมันรอบเอวได้ 1.6% ลดไขมันในร่างกาย 2% และเพิ่มกล้ามเนื้อ 1.4%
จากการศึกษาที่พิสูจน์ว่าเดินวันละ 10,00 ก้าวได้ดีที่สุดคือ การศึกษาที่เรียกว่า Global Corporate Challenge โดยนักวิจัยชาวออสเตรเลีย พวกเขาได้ศึกษาหนุ่มสาวออฟฟิศ 60,000 คนใน 55 ประเทศทั่วโลก ซึ่งทุกคนมีความตั้งใจที่จะเดินให้ได้วันละ 10,000 ก้าว เป็นเวลาแปดเดือน เมื่อครบกำหนด กลุ่มตัวอย่างมีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 4.5 กิโลกรัม รอบเอวลดลงประมาณ 2 นิ้ว จากการเดินเพียงอย่างดียว ไม่มีการออกกำลังกายในรูปแบบอื่น หรือ ปรับพฤติกรรมในการรับประทานอาหารใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น ในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงหลับมีความดันลดลงถึง 34 เปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องใช้ยาลดความดัน!
การเดินให้ได้ถึงวันละ 10,000 ก้าวเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก และไม่มีเวลาออกกำลังกาย การเดินช่วยให้ลดน้ำหนักได้จริง รอบเอวลดลงจริง ลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคมะเร็งเต้านม และอีกสารพัดโรค แต่ต้องลงทุนซื้อเครื่องนับก้าว ที่เรียกว่า Pedometer ซักอันนะคะ ไม่ต้องห่วงค่ะ ราคาไม่แพงมากเริ่มต้นอยู่ที่อันละร้อยกว่าบางเองค่ะ


- TIP -
  • อย่าตกใจหากคุณพบว่าเดินได้วันละ 1,000 ก้าวเท่านั้น ค่อยๆ เพิ่มจำนวนการเดินไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป
  • จอดรถไกลหน่อยก็ไม่เป็นไร จะได้ทำให้เดินมากขึ้นยังไงหล่ะคะ
  • หากอยากคุยกับเพื่อนร่วมงาน ให้ใช้การเดินไปหาแทนการยกหูโทรศัพท์
  • หัดใช้บันไดเป็นนิสัย ขึ้นลดเพียง 1-2 ชั้น ได้ทั้งประโยชน์ต่อสุขภาพ และประหยัดพลังงานได้ด้วย
  • การเดินช็อปปิ้ง ก็เป็นประโยชน์เหมือนกันนะคะ เลือกเอาห้างใหญ่ๆ เดินกันให้เพลินไปเลยค่ะ แต่ระวังกระเป๋าฉีกกันด้วยนะคะ

ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก
ลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนัก

ขอบคุณข้อมูล:  หนังสือ 188 เคล็ดลับชะลอวัย

ญี่ปุ่นผุดแว่นขยายอาหาร เอาใจคนอยากไดเอท

ญี่ปุ่นผุดแว่นขยายอาหาร เอาใจคนอยากไดเอท

แว่นขยายอาหาร

แว่นขยายอาหาร

          โอยยย มื้อนี้กินเยอะจัง อ้วนแน่ ๆ เลย แล้วเมื่อไหร่จะลดน้ำหนักได้สำเร็จสักทีละเนี่ย .. เสียงบ่นดังแว่วผู้กำลังตั้งใจลดน้ำหนักหลาย ๆ คน (โดยเฉพาะสาว ๆ) เมื่อเผลอกินมื้อใหญ่เกินไป หรือกินจุบจิบชิ้นเล็ก ๆ แต่มากเกินไป ทำเอาแน่นตื้อ แถมยังได้แคลอรี่มาอีกเพียบ คราวนี้เทคโนโลยีจากญี่ปุ่นสำหรับผู้ต้องการไดเอทน่าจะช่วยคุณได้ กับ "แว่นขยายอาหาร" ที่จะทำให้อาหารในมือมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าความเป็นจริง หลอกผู้กินว่าได้กินเข้าไปตั้งเยอะแล้วนั่นเอง

          รายงานจากเว็บไซต์เดลิเมลระบุว่า "แว่นขยายอาหาร" ดังกล่าวเป็นผลงานของทีมวิจัยนำโดยศาสตราจารย์มิชิทากะ ฮิโรเสะ จากมหาวิทยาลัยโตเกียว โดยอุปกรณ์ดังกล่าวเมื่อสวมลงไปแล้ว สิ่งที่อยู่ในมือจะมีขนาดใหญ่ขึ้น 50% โดยที่มือและสิ่งอื่นที่อยู่รอบ ๆ ยังคงมีขนาดเท่าเดิม ซึ่ง ภาพดังกล่าวจะปรากฎที่จอมอนิเตอร์ด้านหน้าดวงตา ทำให้คุกกี้ชิ้นปกติดูใหญ่กว่าเดิม จนผู้ไดเอทรู้สึกว่าตัวเองกินได้เยอะแล้ว หลอกให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นนั่นเอง


แว่นขยายอาหาร

แว่นขยายอาหาร

          แต่ก็น่าแปลกใจอยู่สักหน่อยเมื่อผลการทดสอบกับอาสาสมัครปรากฎว่า เมื่อขนาดอาหารขยายใหญ่ขึ้น 50% ผู้ที่ใส่แว่นขยายอาหารกินอาหารลดลง 9.3% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ใส่แว่น แต่เมื่ออาหารเพิ่มขนาดขึ้นแค่ 33% อาสาสมัครเหล่านั้นกลับกินอาหารลดลงมากกว่าเดิมถึง 15% เลยทีเดียว

          นอกจากแว่นขยายอาหารแล้วก็ยังมีอุปกรณ์ช่วยไดเอทอีกตัวเรียกว่า "MetaCookie+" เป็นอุปกรณ์สวมศีรษะที่ขนาดเทอะทะว่าแว่นขยายอาหารอยู่สักหน่อย แต่กลไกของมันดีเยี่ยมกว่าเดิม เมื่อสายตามองเห็นอาหารในมือผ่านหน้าจอที่ด้านหน้าของดวงตา จมูกก็จะพลันได้กลิ่นสังเคราะห์ของอาหารต่าง ๆ ที่ได้ทำการจำลองไว้ เช่น แม้ในมือจะเป็นบิสกิตสำหรับลดความอ้วนธรรมดา ๆ แต่หากคุณได้กลิ่นช็อกโกแลตหอมหวาน ซึ่งเป็นกลิ่นสังเคราะห์ที่เครื่อง MetaCookie+ ปล่อยออกมา ก็จะช่วยให้คุณรับประทานอาหารสำหรับไดเอทได้อย่างเอร็ดอร่อยขึ้น

MetaCookie+

MetaCookie+

          นอกจากเทคโนโลยีทันสมัยในการไดเอทจากญี่ปุ่นนี้แล้ว ก็ยังมีกลเม็ดการไดเอทแบบง่าย ๆ ด้วยการใส่แว่นตากันแดดสีฟ้า ซึ่งจะทำให้ภาพที่เห็นตรงหน้าดูเป็นสีฟ้าไปด้วย อาหารที่กลายเป็นสีฟ้าจึงดูจืดชืด ไม่น่ากิน ทำให้ความอยากอาหารลดน้อยลงนั่นเอง

          อุปกรณ์ช่วยไดเอทสุดไฮเทคทั้งสองตัวข้างต้น อาศัยหลักการกลไกการทำงานของสมองที่จะเชื่อในสิ่งที่เห็นและได้กลิ่น การสร้างภาพและกลิ่นหลอก ๆ ขึ้นมา จึงเป็นการทำให้สมองเชื่อว่าได้กินอาหารทั้งชนิดและปริมาณตามนั้นเข้าไปจริง ๆ ทั้งที่เป็นเพียงการจำลองขึ้นมาหลอก ๆ ก็ตาม

          แต่ อย่างไรก็ตาม ต้องแอบสะกิดแรง ๆ ให้ผู้ที่มุ่งมั่นในการลดน้ำหนักและกำลังจะฝากความหวังไว้ที่อุปกรณ์ตัวช่วย ไดเอทแสนไฮเทคทั้งสอง เพราะว่าในตอนนี้ทั้ง แว่นขยายอาหาร และ MetaCookie+ ยังเป็นเพียงตัวต้นแบบอยู่เท่านั้นเอง ที่ทำได้ในตอนนี้ก็คือตั้งใจไดเอ็ตอย่างจริงจัง ควบคุมปริมาณอาหาร รวมทั้งคำนวณปริมาณแคลอรี่ที่ได้รับ ประกอบกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ถ้ามุ่งมั่นทำได้เช่นนี้ รับรองว่าน้ำหนักลดลงได้จริงแน่ ๆ แถมยังได้สุขภาพที่ดีตามมาด้วยล่ะค่ะ ;) 

 

หุ่นดีขึ้นทันที 5 กิโลด้วยวิธีแต่งสุดแซบ



หุ่นดีขึ้นทันที 5 กิโลด้วยวิธีแต่งสุดแซบ


ถึง จะยังลดความอ้วนไม่สำเร็จ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะผอมลงไม่ได้ วิธีแต่งตัวจากสไตลิสต์มือโปรต่อไปนี้ จะช่วยให้สาวๆ ดูผอมอย่างมีรสนิยม ไม่มีคำว่าพลาดค่ะ

1.พรางด้วยคาร์ดิแกน
คาร์ ดิแกนก็คือเสื้อคลุมตัวยาวที่ใส่ทับข้างนอก ซึ่งนอกจากจะช่วยป้องกันผิวจากแสงแดดร้อนหฤโหดของบ้านเราได้แล้ว ยังช่วยให้สาวตุ้ยนุ้ยดูผอมลง ด้วยเทคนิคการใส่คาร์ดิแกนสำหรับคนอ้วนก็คือ ให้สะบัดบ๊อบใส่คาร์ดิแกนที่ยาวประมาณเอวซะ เพราะมันจะเน้นให้คุณดูพองลมยิ่งกว่าเดิม แล้วหันไปใส่คาร์ดิแกนที่ยาวคลุมสะโพก ลำตัวคุณจะได้ดูยาวขึ้น

2.แบ่งเป็นส่วนๆ
การ กระหน่ำโปะทุกอย่างที่มีในตู้เสื้อผ้าลงไปบนร่างกาย จะทำได้ก็ต่อเมื่อคุณมีสรีระผอมแห้ง ประหนึ่งที่บ้านไม่มีจะกินแบบพวกนางแบบเขาเท่านั้น สำหรับคนเจ้าเนื้อยิ่งบนตัวมีเฟอร์นิเจอร์เยอะเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้ดูอ้วนกลมมากเท่านั้น สไตลิสต์นิวยอร์คเขาเลยแนะนำว่า วิธีแต่งตัวที่ปลอดภัยที่สุดคือให้แบ่งตัวเองออกเป็น 3 ส่วน จากศรีษะถึงเอวเป็นส่วนที่หนึ่ง จากเอวถึงสะโพกเป็นส่วนที่สอง และจากต้นขาไปถึงฝ่าเท้าเป็นส่วนที่สาม แล้วแต่งให้ทั้ง 3 ส่วนนี้มีน้ำหนักสมดุลกัน เช่น ถ้าจะใส่กางเกงขาบาน ท่อนบนก็ต้องใส่เสื้อรัดรูป เพื่อให้น้ำหนักของท่อนบนกับท่อนล่างถ่วงดุลกัน

3.หาแจ็คเก็ตพอดีตัว
ถ้า ไม่มั่นใจใสความผอมเพรียวของตัวเอง อย่าพยายามอินเทรนด์ด้วยแจ็คเก็ตประเภทใหญ่โคร่งหลวมโพรก ที่พวกสาวเซอร์เขาชอบใส่ เพราะมันจะขยายให้คุณดูตัวโตกว่าเป็นจริง แต่ควรจะหาแจ็คเก็ตพอดีตัวที่เข้ารูปช่วงเอว จะได้หลอกตาประชาชนได้ว่า ชั้นก็มีส่วนเว้าส่วนโค้งกับเขาเหมือนกันย่ะ

4.ใส่กระโปรงทรงตรง
กระโปรง ทรงนี้เกิดมาเพื่อคนอ้วนโดยเฉพาะ เพราะมันเป็นทรงเดียวที่ใส่แล้วสะโพกดูเล็กลง แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นกระโปรงทรงสอบ ความแคบของกระโปรงจะยิ่งเน้นให้ก้นของคุณดูมหึมา ส่วนกระโปรงพองๆ พลิ้วๆ ทั้งหลายนั้น สาวตุ้ยนุ้ยจะใส่ก็ไม่ว่า แต่อย่าให้หนุ่มที่คุณกำลังปิ๊งเป็นแข้าก็แล้วกัน ไม่งั้นแห้วกับคุณอาจได้มาพบกันบนคานทองพอดี!

5.จับคู่ให้ลงล็อก
สี ที่จะช่วยให้คุณดูผอมลงทันที 5 กิโล ได้แก่ สีดำ และไม่ใช่ดำเฉพาะที่แต่ต้องดำแบบแก๊งมาเฟีย ดำกันตั้งแต่หัวจรดเท้าไปเลย! แต่สำหรับคนไทยเราถ้าดำทะมึนขนาดนี้อาจถูกเข้าใจผิดคิดว่าญาติเสีย สไตลิสต์เขาเลยแนะนำว่าให้เบรกความดำด้วยรองเท้าส้นสูงสีสว่างๆ โดยเฉพาะสีเงินหรือเทาสะท้อนแสง รับรองว่าคูล!

6.ยีนส์กับส้นสูง
นี่ คือเหตุผลที่พยกดาราฮอลลีวู้ดเป็นปลื้มกับยีนส์บวกส้นสูงสวยๆ กันนัก เพราะลุคส์นี้ไม่มีคำว่าอ้วน เนื้อผ้าหนาๆ ของยีนส์กับความสูงจากรองเท้าจะทำให้คนใส่ดูเพรียวขึ้นในบัดดล แต่ข้อควรระวังที่สาวตุ้ยนุ้ยต้องจำให้มั่นก็คือ ต้องเลือกใสแต่ยีนส์ทรงตรง ขาตรง อย่าหาเรื่องใส่ตัวด้วยกางเกงขาลีบที่รัดจนไขมันปลิ้น หรือกางเกงขาบานที่จะทำให้ตัวคุณดูกว้างไปกันใหญ่

7.เข็มขัดช่วยได้
ใคร ว่าคนอ้วนใสเข็มขัดไม่ได้ อันนี้ขอค้านค่ะ เพราะแอ็คเซสเซอรีชิ้นนี้ล่ะจะทำให้คุณดูสลิมยิ่งกว่าที่เคย เข็มขัดที่เหมาะกับคนอ้วนควรจะเป็นพวกไนลอนหรือผ้ายืดที่ไม่รัดพุง และใหญ่ประมาณนิ้วครึ่ง ส่วนเข็มขัดเส้นบางเฉียบเท่าเส้นก๋วยเตี๋ยวนี่ รีบเชิดใส่ไปเลยดีกว่า เพราะถ้าเอามาแปะบนพุง คนดูจะเห็นทันทีว่าลำตัวของคุณมันอ้วนกลมขนาดไหน

8.อย่าเปิดไหล่
ต้น แขนเป็นอวัยวะที่จะสะสมไขมันก่อนใครเพื่อน ความอ้วนของคุณจึงจะกระฉอกออกมาในทันทีที่คุณใส่เสื้อเปลือยไหล่ แขนกุด หรือสายเดี่ยว หรือถ้ารักจะใส่จริงๆ ก็หาผ้าคลุมมาพันไว้สักหน่อย เผื่อจะปิดบังสายตาประชาชนได้บ้าง

9.สีแดงชนะเลิศ
แดง พิฆาตยังเป็นสีที่เวิร์คเสมอ ไม่ว่าจะเป็นสาวคนไหน แต่คนอ้วนมักจะไม่กล้าใส่สีนี้ เพราะรู้สึกว่ามันเปรี้ยวเกินเหตุ ใส่แล้วไทยมุงคงจะมอง ทั้งๆ ที่กูรูเขาบอกกันจนปากเปียกปากแฉะมานานแล้วว่าให้ใส่เข้าไปเถอะ เพราะสีแดงจะประกาศให้โลกรู้ว่าคุณเป็นสาวเซ็กซี่ มั่นใจ ไม่แคร์สื่อ พูดง่ายๆ ว่าถึงจะอ้วนก็ภูมิใจในชั้นไขมัน อวบเลือกได้น่ะมีไรมั้ย!

10.ปกกลมๆ ไม่ต้องมา
ปก เสื้อกลมๆ โค้งมนเป็นคู่อาฆาตกับคนอ้วน เพราะมันจะมาเคลียคลออยู่ข้างแก้มป่องๆ กับหน้าอกคัพอีของคุณพอดี ความกลมของปกจะยิ่งเพิ่มขนาดให้หน้าดูกลมเป็นลูกบอลลูนยักษ์สองลูก โอ้! ไม่ไหวจะเคลียร์อ่อนเพลียที่จะเมาท์

11.เข้มที่เสื้อคลุม
แจ็ค เก็ตตัวบางๆ เป็นคำตอบที่สาวตุ้ยนุ้ยต้องการ แต่มันก็อาจพาคุณตกม้าตายได้ง่ายๆ อีกเหมือนกัน ถ้าเผลอไปเลือกสีสว่างๆ อย่างสีเหลือง เขียวอ่อน ฟ้าสดใส หรือสีขาวเข้า สีที่คนอ้วนควรมีติดตู้ไว้เสมอต้องเน้นความขรึม อย่างเช่นสีเทา สีดำ สีน้ำเงินหม่น เพื่อบีบไซส์ของคุณให้ดูเล็กลง

12.ชายเสื้อกับกางเกง
เคล็ด ลับการแต่งตัวที่คนอ้วนจะพลาดไม่ได้เลยค่ะ ห้ามให้ชายเสื้อกับเอวสัมผัสกัน เพราะชายเสื้อจะดึงดูดสายตาให้ชาวบ้านได้เห็นว่าเอวคุณใหญ่แค่ไหน ชายเสื้อที่ดีที่สุดควรจะเลยเอวลงมาสัก 2 นิ้ว เป็นความยาวที่สามารถปิดเอวได้ และไม่ไปเพิ่มขนาดให้สะโพกด้วย

13.เสื้อปกกว้าง
ปก เสื้อใครว่าไม่สำคัญ อย่าลืมว่าปมด้วยอีกอย่างหนึ่งของคนตุ้ยนุ้ยอยู่ที่คอ ซึ่งนอกจากจะต้นคอสั้นเต่อแล้ว ยังมีไขมันห้อยดุ๊กดิ๊กอยู่ใต้คางอีกต่างหาก ส่วนหน้าอกก็ใหญ่เบิ้มเหมือนปอดบวมระยะสุดท้าย เสื้อที่คุณเลือกมาห่อหุ้มร่างกายจึงควรจะมีปกอันใหญ่ๆ ติดมาด้วย เพื่อให้ความแหลมของปกเสื้อช่วยให้ลำตัวท่อนบนดูเพรียวขึ้น แต่ถ้าหาเสื้อแบบที่ว่านี้ไม่ได้ จะใสแจ็คเก็ตปกใหญ่ๆ ทับเสื้อตัวในไว้ก็ได้อารมณ์เดียวกัน

14.ส้นสูงหัวตัด
เพื่อ เห็นแก่มิตรภาพของเรา โปรดอย่าใส่รองเท้าหัวแหลมเป็นอันขาดค่ะพี่น้อง รองเท้าแบบนั้นเขามีไว้ให้คนหุ่นตะเกียบผอมแห้งแรงน้อย ส่วนคนมีอันจะกินอย่างเราต้องรองเท้าหัวตัดถึงจะคู่ควร! เพราะน่องกับข้อเท้าอวบๆ ของคุณจะดูสมดุลได้สัดส่วนขึ้น เมื่อมีความเป็นเหลี่ยมของรองเท้ามาอยู่ใกล้ๆ ส่วนรองเท้าบู๊ทเก๋ชิคทั้งหลาย รอไว้ให้ผอมก่อนค่อยใส่ ใครหยิบมาใส่ตอนนี้กูรูแฟชั่นร้องไห้จริงๆ ด้วย

15.สร้อยคอเส้นยาว
สร้อย คอแบบนี้กำลังอินเทรนด์พอดี แต่จุดประสงค์แท้จริงที่คนอ้วนอย่างเราหยิบมันมาใส่ ก็เพื่อพรางให้ลำตัวท่อนบนดูยาวขึ้น ไม่ตัน ไม่อึดอัดเหมือนเวลาใส่สร้อยสั้นๆ

มีวิธีช่วยเยอะขนาดนี้ สาวหุ่นอวบอย่างเราๆ จะไม่ผอมเพรียวขึ้นก็ให้มันรู้ไป!

อ้างอิงบทความจาก : Spicy
เรียบเรียงโดย : Healthandbeautyinfocus.blogspot.com

โรคอ้วนเกิดจาก ?

โรคอ้วนเกิดจาก ?



โรคอ้วนเกิดจาก ? 

“ความ อ้วน” ในที่นี้หมายถึง ความอ้วนที่มากเกินไป มีน้ำหนักตัวมากกว่าที่ควรจะเป็น ไม่ใช่อ้วนกำลังดี อ้วนพองามหรือกำลังสวย คำว่า “อ้วน” ตามความหมายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง มีเนื้อและไขมันมาก โต อวบ ซึ่งเป็นความหมายที่ไม่น่าปรารถนาของคนทั่ว ๆ ไป ถ้าคุณถูกทักว่า “ดูคุณอ้วนขึ้นนะ ทำไมเดี๋ยวนี้อ้วนจัง” คุณก็คงไม่ค่อยจะพอใจนัก 

“คนอ้วน” หรือคนที่เป็นโรคอ้วนนั้น หมายถึง ผู้ที่มีปริมาณไขมันอยู่ในร่างกายมากกว่าเกณฑ์ปกติ ซึ่งตามหลักสากลกำหนดว่า

ผู้ชาย ไม่ควรมีปริมาณของไขมันในตัวเกินกว่า ร้อยละ 12 – 15 ของน้ำหนักตัว
ผู้หญิง ไม่ควรมีปริมาณของไขมันในตัวเกินกว่า ร้อยละ 18 – 20 ของน้ำหนักตัว

ซึ่งในการตรวจหาปริมาณไขมันนี้ต้องทำในห้องปฏิบัติการ ซึ่งเป็นวิธีที่ยุ่งยากอยู่ไม่น้อยทีเดียว



ความอ้วนเกิดจากอะไร แบ่งแบบง่าย ๆ ได้ 3 ข้อ

1. ความอ้วนที่เกิดจากสาเหตุภายนอก อันเนื่องมาจากตามใจปากมากเกินไป กินมากเกินความต้องการของร่างกาย อาหารที่คุณกินเนื้อ ไขมัน หรือแป้ง สิ่งเหล่านี้จะถูกเก็บสะสมไว้ในร่างกาย ถ้ามีมากเกินไปก็จะกลายเป็นไขมันพอกพูนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
2. ความอ้วนที่มาจากสาเหตุภายใน
พบได้จากความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่น ต่อมใต้สมอง ต่อมไทรอยด์ ทำให้มีไขมันตามบริเวณต้นแขน ต้นขา และหน้าท้อง
3. อ้วน เพราะกรรมพันธุ์ในหญิงหรือในชายแล้วใครจะอ้วนกว่าใคร ?

จาก การสำรวจโดยทั่วไปผู้หญิงมักอ้วนมากกว่าผู้ชาย เพราะผู้หญิงกินเก่งกว่า แต่ออกกำลังน้อยกว่า สรุปแล้วผู้หญิงอ้วนมากกว่าผู้ชาย 4 : 1  หญิงและชายที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มักจะอ้วนง่ายเพราะคนวัยนี้ยังอยู่ในวัยทำงานมาก กินมากขึ้นเพื่อชดเชยกำลังงานที่ถูกใช้ไป แต่ออกำลังน้อยลง นี่ก็เป็นสาเหตุทำให้อ้วนง่ายมาก

คนมีสุขภาพจิตดี มักมีรูปร่างสมส่วนแข็งแรง บางคนสุขภาพจิตไม่ดี อารมณ์เครียดประจำทำให้เกิดความท้อถอย เบื่อหน่าย ขี้เกียจออกกำลังโรคอ้วนก็จะตามมา

สาวน้อยคนที่ชอบหม่ำ ชอบตามใจปากทั้งหลาย จะหม่ำอะไรก็ได้แต่อย่าลืมออกกำลังกายด้วย ไขมันจะได้ไม่ไปพอกพูนตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย


สาเหตุที่ทำให้อ้วน   

1. กรรมพันธุ์ ถ้า พ่อและแม่อ้วนทั้งสองคนลูกจะมีโอกาสอ้วนได้ถึงร้อยละ 80 ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งอ้วนลูกจะมีโอกาสอ้วนได้ถึงร้อยละ 40 แต่คุณไม่ควรจะวิตกกังวลจนเกินเหตุไม่ใช่ว่าคุณจะหมดโอกาสผอมหรือหุ่นดี เหมือนคนอื่น

2. นิสัยในการรับประทานอาหาร 
คนที่มีนิสัยการรับประทานที่ไม่ดี ที่เรียกว่ากินจุบกินจิบไม่เป็นเวลาก็ทำให้อ้วนได้


3. ขาดการออกกำลังกาย 

ถ้ารับประทานอาหารมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการ แต่ได้ออกกำลังกาย บ้างก็อาจทำให้อ้วนช้าลง แต่หลายท่านที่รับประทานพอดีหรือมากกว่าความต้องการของร่างกายแล้วนั่ง ๆ นอน ๆ โดยไม่ได้ยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมใด ๆ ในไม่ช้าจะเกิดการสะสมเป็นไขมันในร่างกาย


4. จิตใจและอารมณ์ 
มี คนเป็นจำนวนไม่น้อยที่การรับประทานอาหารนั้นขึ้นอยู่กับจิตใจและอารมณ์ เช่น การรับประทานอาหารเพื่อดับความโกรธ ความคับแค้นใจ กลุ้มใจ กังวลใจหรือดีใจ บุคคลเหล่านี้จะรู้สึกว่าอาหารททำให้จิตใจสงบ จึงหันมายึดเอาอาหารไว้เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความสบายใจ ตรงกันข้ามกับบางคนกลุ้มใจเสียใจก็รับประทานอาหารไม่ได้ถ้าในระยะเวลานาน ๆ ก็มีผลทำให้ขาดอาหารเป็นต้น

5. ความไม่สมดุลย์ระหว่างความรู้สึกอิ่มกับความหิวหรือความอยากอาหาร 

เมื่อใดที่ความอยากเพิ่มขึ้นเมื่อนั้นการบริโภคก็จะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งถึงขั้นที่เรียกว่า “กินจุ” ในที่สุดก็จะทำให้อ้วน


6. เพศ 
เพศ หญิงมักมีโอกาสอ้วนได้ง่ายกว่าเพศชาย เพราะโดยธรรมชาติมักสรรหาอาหารมารับประทานกันได้ตลอดเวลา อีกทั้งเพศหญิงจะต้องตั้งครรภ์ซึ่งทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เพราะต้องรับประทานอาหารมากขึ้น เพื่อบำรุงร่างกายและทารกในครรภ์ และหลังจากคลอดบุตรแล้วก็ไม่สามารถลดน้ำหนักลงมาให้เท่ากับ เมื่อก่อนตั้งครรภ์ได้ นอกจากนี้ ในขณะตั้งครรภ์นั้นมักจะรับประทานอาหารในประมาณที่มาก ทำให้ติดเป็นนิสัยจึงทำให้น้ำหนักยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

7. อายุ
เมื่อมีอายุมากขึ้นก็มีโอกาสอ้วนง่ายขึ้นทั้งเพศชายและเพศหญิง ซึ่งอาจเนื่องมาจากการใช้พลังงานน้อยลง

8. กระบวนการทางเคมีที่เกิดขึ้นในร่างกาย 

อัตราการเปลี่ยนแปลงทางเคมีภายในร่างกาย คือ อัตราความสามารถในการใช้พลังงานของร่างกายจะค่อย ๆลดลงตามอายุ นอกจากนี้อัตราการเผาผลาญยังขึ้นอยู่กับเพศ รูปร่าง กรรมพันธุ์และวิธีการดำเนินชีวิตของแต่ละบุคคลด้วย


9. ยา 
ผู้ ป่วยบางโรค จะได้รับฮอร์โมนสเตียรอยด์เป็นเวลานานก็ทำให้อ้วนได้ และในเพศหญิงที่ฉีดยาหรือรับประทานยาคุม กำเนิดก็ทำให้อ้วนได้เช่นกัน

อันตรายจากความอ้วน

ความ อ้วน ไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความไม่สวยงามเท่านั้น ยังเป็นเสมือนมะเร็งเนื้อร้ายที่เกาะกิน ทำลายจิตใจของของเจ้าของเรือนร่าง อีกด้วย    ทั้งนี้จากการศึกษาทางการแพทย์เราพบว่า ผู้ที่มีน้ำหนักเกินมาตราฐานมักจะขาดความเชื่อมั่นในตนเอง แม้จะประสบความสำเร็จในด้านอื่นๆก็ตาม ผู้ที่น้ำหนักเกินมาตราฐานจะเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ มากกว่าผู้ที่มีน้ำหนัก อยู่ในเกณฑ์ปกติ และแน่นอนผู้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีอายุสั้นกว่าอายุเฉลี่ยของคนทั่ว ๆ ไป


บทความจาก http://lipo8.net ขอบคุณค๊ะ

ลดเค็ม ลดอ้วน

ลดเค็ม ลดอ้วน

แม้ลดหวานจะทำให้สาวๆ หลายคนทีน้ำหนักตัวเพิ่ม แต่การกินอาหารที่มีปริมาณเกลือมากจนเกินไปก็เป็นตัวการก่อความอ้วนได้

ลดเค็ม ลดอ้วน

แม้ว่าเกลือจะไม่มีไขมันและแคลอรี แต่เกลือก็เป็นตัวการทำให้ร่างกายมีอาการบวมน้ำได้ เนื่องจากร่างกายคนเรามีกลไกปรับสมดุลระหว่างน้ำและเกลือไม่ต่างจากเครื่อง จักร
ดังเช่น ธรรมชาติกำหนดให้น้ำในสระมีปริมาณเกลือได้หนึ่งช้อนต่อน้ำหนึ่งลิตร หากมีคนแอบเติมน้ำลงไปหนึ่งลิตร ร่างกายก็จะสรรหาปริมาณเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช้อนชาทันที
ในทางกลับกันหากมีคนแอบเติมเกลือลงไปหนึ่งช้อนชา ร่างกายก็จะหาน้ำมาเจือจางอีกหนึ่งลิตร ซึ่งองค์การอาหารและยากำหนดให้ในหนึ่งวันเราควรได้รับเกลือปริมาณ 2,400 มิลลิกรัมหรือเทียบเท่ากับหนึ่งช้อนโต๊ะ
แต่ข่าวร้ายก็คือในชีวิตประจำวันเรามักได้รับเกลือโซเดียมจากอาหารที่กิน โดยไม่รู้ตัวเสมอ เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารที่ผ่านกระบวนการมาหลายขั้นตอน และเครื่องปรุงชนิดต่างๆ ที่ไม่มีรสเค็มแต่อุดมไปด้วยโซเดียม
ทำให้ร่างกายได้รับเกลือมากกว่าปริมาณมาตรฐานเกือบสองเท่าและนี่คือ สาเหตุว่าทำไมคนที่ควบคุมการกินอย่างเคร่งครัด และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแต่น้ำหนักตัวก็ยังคงเท่าเดิม
เพื่อให้การลดน้ำหนักได้ผล จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีปริมาณโซเดียมสูงดังต่อไปนี้

ลดเค็ม ลดอ้วน
  1. ซุปต่างๆ
ซุปหลากชนิดมักอุดมไปด้วยเกลือและโซเดียม โดยเฉพาะซุปกระป๋องเพราใส่เครื่องปรุงมาก คาดกันว่าในซุปหนึ่งกระป๋องจะมีปริมาณเกลือถึง 1,000 มิลลิกรัม
2. ชีส
คนรักชีสต้องโอดครวญกันเป็นแถว เพราะในชีสเพียงหนึ่งชิ้นเล็กก็มีปริมาณโซเดียมมากถึง 500 มิลลิกรัม
3. ขนมบรรจุถุง
เป็นที่รู้กันดีว่าอาหารบรรจุในถุงมักมีปริมาณเกลือมากเป็นพิเศษเพื่อยืดอายุของอาหารให้อยู่ได้นานยิ่งขึ้น
4. อาหารแช่แข็ง
อาหารแช่แข็งนั้นต้องยืดอายุการใช้งานให้นานที่สุดเช่นเดียวกับขนมบรรจุ ถุง นอกจากนี้ผลไม้และวัตถุดิบอื่นที่นำมาทำอาหารแช่แข็งก็มักจะยังไม่สุกดีจึง มักไม่มีรสชาติ ทำให้ต้องเติมผงชูรสและเกลือมากเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มรสชาติด้วย

ขอขอบคุณ  : หนังสืออยากผอมให้ไวทำไงดี
เรียบเรียงโดย ธิวาภรณ์   บรรณาธิการ Health2Shape.com

กินเนื้อกินผักธรรมชาติบำบัดหายอ้วน

กินเนื้อกินผักธรรมชาติบำบัดหายอ้วน
ความอ้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายมาก แค่เราเผลอไผลลืมใส่ใจเรื่องการกินการอยู่ของเรานิดเดียวความอ้วนก็อาจมา เยือนเราได้ และยิ่งทุกวันนี้เป็นสังคมบริโภคนิยมจึงไม่น่าแปลกที่หลาย ๆ คนจะเจอกับปัญหาของโรคอ้วน และสิ่งที่จะทำให้คนเราหนีจากความอ้วน ได้ก็คือ การลดน้ำหนัก หรือการลดความอ้วนนั่นเอง


ด้วยเหตุนี้ผู้คนจึงได้สรรหาวิธีต่าง ๆ มาใช้ในการลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเสริมด้วยอาหารเสริม หรือแม้กระทั่งสูตรลดน้ำหนักอีกหลายสูตรที่ได้รับคำแนะนำมาก็นำมาลองทำ เช่น เดียว กันกับ แขกรับเชิญในสัมภาษณ์พิเศษของเรา ฉบับนี้ที่ผ่านการทดลองลดน้ำหนักมาแล้วหลายวิธีด้วยกัน แต่วิธีที่ทำให้เธอประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักจริง ๆ กับ เป็นวิธีการง่าย ๆ ที่เธอมองข้ามไป วิธีที่ว่านั่นก็คือการกินเนื้อกินผักเพื่อลดน้ำหนักนั่นเอง แต่เธอจะทำได้อย่างไรบ้างนั้นไปฟังจากคุณแตนเธอเล่ากันค่ะ
“ตั้งแต่เด็ก ๆ มาดิฉันก็เป็นเด็กที่เจ้าเนื้ออยู่แล้ว เนื่องจากที่บ้านเห็นว่า การเป็นเด็กที่มีรูปร่างสมบูรณ์นั้นทำให้เราดูเป็นเด็กที่น่ารักไปอีกแบบ ด้วยเหตุนี้ทำให้เราโตมาก็เป็นเด็กที่มีรูปร่างค่อนใหญ่กว่าเพื่อนรุ่นเดียว กัน หรือจะพูดจริง ๆ ก็บอกว่าเป็นเด็กอ้วนก็ได้ค่ะ เหตุเพราะดิฉันโตมาก็เป็นเด็กอ้วนแล้ว เลยทำให้เราไม่ค่อยรู้สึกว่าความอ้วนเป็นอุปสรรคกับเราเท่าไหร่ ดิฉันก็ดำเนินชีวิตอย่างที่เคยเป็นเรื่อยมาก
แต่มาถึงจุดนึงที่เราอยากเปลี่ยนก็คือ ช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมานี่ล่ะค่ะ สาเหตุก็คือ รู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาสุขภาพค่อนข้างจะถี่ขึ้น นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่ค่อยสบาย และก็มีอาการปวดขาร่วมด้วยนิดหน่อย และอีกอย่างหนึ่งก็คือเห็นคนอื่น ๆ เขาใส่เสื้อผ้าแฟชั่นสวย ๆ แล้วเราก็อยากที่จะใส่แบบเขาบ้าง ก็เลยยิ่งเพิ่มแรงกระตุ้นในการอยากลดน้ำหนักให้มากขึ้นไปอีก
ดิฉันเริ่มต้นการลดน้ำหนักด้วยการ กินอาหารเสริมที่บอกว่ากินแล้วจะทำให้ท้องอิ่มและลดการอยากอาหาร แต่ดิฉันก็ไม่เห็นว่ามันเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ต่อมาก็มีคนแนะนำให้กินผลไม้แทนอาหารมื้อเย็น ดิฉันก็ลองทำดูอีกผลก็คือ น้ำหนักไม่ลง แถมดูท่าว่าน้ำตาลในเลือดจะสูงขึ้นกว่าเดิมอีก และวิธีสุดท้ายที่ดิฉันเลือกทำก็คือ การลดน้ำหนักด้วยสูตรกินเนื้อกินผัก ตามคำแนะนำของคุณหมอลลิตาค่ะ
ดิฉันตัดสินใจเข้าคอร์สลดน้ำหนักตามคำแนะนำและการดูแลของคุณหมอ โดยการเริ่มกินอาหารตามคำแนะนำของคุณหมอ คือ งดการกินแป้ง การกินขนมหวาน กินชา กาแฟ เครื่องดื่มน้ำอัดลม ผลไม้ทุกชนิด และหันมากิน แต่เนื้อกับผัก กินกับข้าวแทนการกินข้าว กินต้ม กินแกง กินเกาเหลา ไม่ใส่เส้น ไม่สุกี้ไม่ใส่เส้น กินส้มตำ น้ำตก ไก่ย่าง ไม่เอาข้าวเหนียว กินน้ำยาขนมจีนกับผัก และ ก็กินวุ้นเส้นบุกบ้างเป็นบางครั้ง สวนกาแฟ กินผลไม้ล้างพิษชนิดเดียวทั้งวันเป็นเวลา 1 วัน เชื่อไหมว่าในอาทิตย์แรกที่ดิฉันลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้น้ำหนักมันหายไปถึง 3 กิโลกรัม ด้วยเหตุนี้ทำให้เรามีกำลังใจในการลดน้ำหนักมากขึ้น
ก็เลยทำตามคำแนะนำของคุณหมออย่างคร่ำเคร่งเสมอมา น้ำหนักของดิฉันลดลงเรื่อย ๆ จากตอนแรกที่เริ่มต้นคอร์สกินเนื้อกินผักลดน้ำหนัก เมื่อต้นปี ถึงตอนนี้ น้ำหนักของฉันลดไปแล้ว เกือบ20 กิโลกรัม จากตอนแรกที่น้ำหนักตัว 104 กิโลกรัม ตอนนี้น้ำหนักเหลือเพียง 85 กิโลกรัม เสื้อผ้าแฟชั่นสวย ๆ ที่อยากใส่ตอนนี้ก็พอจะใส่ได้บ้างแล้ว อาการปวดเข่าปวดขาที่เคยเป็น หรือแม้แต่อาการไม่สบายเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เป็นบ่อยก็ทุเลาด้วย
ดิฉันตั้งใจต่อไปว่า จะต้องคุมน้ำหนักตัวเองให้อยู่ 70 กิโลกรัมให้ได้ ดังนั้นทุกวันนี้ดิฉันก็ยังดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมอ ทั้งยังออกกำลังกายด้วยการวิ่งและการเล่นโยคะ เสริมไปกับการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของคุณหมออีกด้วย
ใครอยากทำตาม สูตรของดิฉันก็ไม่สงวนสิทธิ์นะคะ ลองดูบางทีคุณอาจจะได้สุขภาพที่แข็งแรง พร้อมกับรูปร่างที่ดีขึ้นอย่างดิฉันด้วย ท้ายนี้เอารูปมาฝากให้ดูกันค่ะ”

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design by I Love Fat