Thursday, January 24, 2013

น้ำอุ่น ก็ลดน้ำหนักได้ใครจะไปรู้?


632 150x150 น้ำอุ่น ก็ลดน้ำหนักได้ใครจะไปรู้?

        เพื่อนๆ รู้มั๊ยค่ะว่า  น้ำอุ่นสามารถทำให้เราลดน้ำหนักได้กันเลยทีเดียว  โดยมีเทคนิคในการกินโดนการหยิบเอาส่วนประกอบต่างๆมาใส่เพื่อให้มี ประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักยิ่งขึ้น อย่างรอช้าเราไปดูการทำแต่ละสูตรกันเลยค่ะ
  • น้ำอุ่น + มะนาว
แช่มะนาวฝาน 1 ชิ้นลงใน น้ำอุ่น แล้วดื่ม กลิ่นน้ำมันหอมระเหยของมะนาวจะช่วยระงับความอยากอาหาร ทำให้กินอาหารน้อยลง
  • น้ำอุ่น + กีวี
แช่กีวีหั่น 1 ชิ้นลงใน น้ำอุ่น เติมน้ำผึ้งเล็กน้อย แล้วดื่ม กีวีมีเอนไซม์ช่วยย่อยโปรตีน และอุดมด้วยใยอาหาร จึงกระตุ้นการย่อยของกระเพาะอาหาร
  • น้ำอุ่น + สะระแหน่
แช่สะระแหน่ 3 ใบลงใน น้ำอุ่น แล้วดื่ม สะระแหน่มีสรรพคุณกระตุ้นการเผาผลาญ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่เย็นสดชื่นยังทำให้สมองตื่นตัว ยิ่งส่งเสริมการเผาผลาญให้ดีขึ้น
  • น้ำอุ่น +ใบงาขี้ม้อน (ใบชิโสะ) + เกลือ
แช่ใบงาขี้ม้อน 1 ใบลงใน น้ำอุ่น เติมเกลือเล็กน้อย แล้วดื่ม ใบงาขี้ม้อนช่วยแก้ท้องผูก กระตุ้นให้ขับถ่ายสะดวก อีกทั้งมีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค จึงป้องกันภาวะอาหารเป็นพิษ
กินคู่กับอาหารที่เน้นผักผลไม้ และออกกำลังกาย จึงจะควบคุมน้ำหนักได้ดีนะค่ะ
ขอบคุณที่มา  mthai.com

ไอศครีม กินดีๆก็ไม่อ้วนจ้า


729 150x150 ไอศครีม กินดีๆก็ไม่อ้วนจ้าขึ้น ชื่อว่า ไอศกรีม รสชาติเย็นๆ ใครก็อยากกิน  แต่สำหรับสาวที่กำลังไดเอท ไอติมธรรมดาๆ คงจะเพิ่มน้ำหนักได้ไม่น้อย มาดู ไอศกรีม รสชาติของสาวๆ ไดเอทกัน
  • Frozen Yogurt
สาวๆ หลายคนรู้จักเจ้า Frozen yogurt นี้เป็นอย่างดี เพราะมีขายกันเยอะแยะมากมาย ไอติมชนิดนี้เป็นไอติมที่มีส่วนผสมของโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์และส่วนใหญ่ ไขมันจะต่ำสุดๆ เลย เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ไดเอท รสชาติอร่อย ชื่นใจ
  • Sherbet
ไอศกรีม ผลไม้ที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ น้ำตาล และไข่ขาว และไม่ใส่นมหรือครีม แต่บางทีเราก็จะพบไอติมเชอร์เบทที่มีส่วนผสมของนมหรือครีมบ้าง เพื่อให้เนื้อของไอติมแน่นและเข้มข้นขึ้น เวลาที่สาวๆ กินก็นิยมกินพร้อมผลไม้สด ซึ่งเลือกได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวหรือรสหวาน
  • Soft – Serve
ไอศกรีม นมเนื้อเนียนนุ่ม ส่วนผสมจะต่างจากไอติมธรรมดา ความเก๋ของ ไอศกรีม ชนิดนี้อยู่ที่ปริมาณไขมันที่ต่ำกว่าไอติมทั่วไป ไม่ต้องแช่เย็นก่อนเสิร์ฟ แต่จะนำส่วนผสมใส่เครื่องแล้วบีบใส่โคนหรือถ้วยเสิร์ฟได้เลย ความเก๋อีกอย่างคือเนื้อของไอติมชนิดนี้จะบางและเบา เพราะผ่านการตีในเครื่องจนเนื้อไอติมฟูและมีอากาศอยู่ในเนื้อไอติมอยู่มาก เวลาที่เรากินไอติมซอฟท์เสิร์ฟ 1 ถ้วย ปริมาณเนื้อไอติมจริงๆ จึงน้อยกว่าไอติมทั่วไป จึงจัดเป็นไอศกรีม ที่เหมาะกับสาวๆ ที่กำลังไดเอทค่ะ
  • Sorbet
Sorbet นี่เรียกได้ว่าเป็นพี่น้องกับ Sherbet แค่ชื่อก็คล้ายกันมากๆ แล้ว ยังเป็นไอติมที่กินได้ในช่วงลดน้ำหนักเหมือนกันอีกด้วย โดยชอร์เบทเป็นไอติมที่มีส่วนผสมของน้ำผลไม้ น้ำตาล อาจมีส่วนผสมของเหล้าหรือกาแฟด้วยก็ได้ แต่ไม่มีส่วนผสมของนมและไข่ขาวเหมือน Sherbet แต่รสชาติอร่อยแถมไม่มีไขมันหรือแคลอรีสูงๆ
แต่อย่าเพิ่งดีใจไป แม้ว่า ไอศกรีม เหล่านี้จะกินได้สบายๆ ในช่วงลดน้ำหนัก แต่ก็ควรคุมให้กินแต่พอดี ไม่ใช่เห็นว่ากินได้เลยซัดโฮกซะเต็มที่ ต่อให้เป็น ไอศกรีม ที่ไขมันต่ำยังไง ถ้ากินเยอะๆ ก็อาจจะอ้วนได้เหมือนกัน…
ขอบคุณที่มา mthai

ผอมได้ง่ายๆเพียงชั่วข้ามคืน


926 150x150 ผอมได้ง่ายๆเพียงชั่วข้ามคืน

           กลไกในร่างกายยังคงทำงานอยู่ และในช่วงนี้แหละเป็นโอกาสที่ไขมันจะถูกกำจัดออกไปได้ แถมถ้าควบคุมอาหารสักหน่อย และนอนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ คุณอาจลดได้ถึงราว 2.7 กิโลกรัม ใน 5 วันเลยทีเดียว
  • มื้อเช้า ยังคงยึดคอนเซ็ปต์ที่ว่ามื้อเช้าสำคัญที่สุด คุณจึงสามารถบริโภคคาร์โบไฮเดรตเพื่อเสริมสร้างพลังงาน อาจเริ่มด้วยมูสลี่สักชามตามด้วยแซนด์วิชหรือครัวซองต์สักสองชิ้นก็ยังได้ แต่จำไว้ว่าข้อห้ามคืออย่าทานของกินเล่นใดๆ ทั้งสิ้นก่อนจะถึงมื้อกลางวัน
  • มื้อกลางวัน เน้นโปรตีนจากเนื้อปลาและเนื้อสัตว์ที่เป็นเนื้อล้วนไม่ติดมัน คาร์โบไฮเดรตก็ยังได้อยู่เมนู ที่เลือกกินได้ก็เช่น ก๋วยเตี๋ยว หรือ พาสต้า ผักโขมอบชีสก็ยังอนุโลมอยู่ เน้นพวกผักด้วยสักหน่อยก็ดี และหลังจากมื้อกลางวันไป ของกินเล่นก็ยังถือว่าต้องห้ามอยู่ อดใจรอมื้อเย็นเลยดีกว่า
  • มื้อเย็น เพื่อให้การลดน้ำหนักโดยอาศัยการนอนประสบผลสำเร็จ มื้อเย็นจึงต้องประกอบด้วยโปรตีนและผักเท่านั้น ซึ่งทั้งสองอย่างนี้จะช่วยให้การเผาผลาญไขมันในยามที่คุณหลับนั้นมี ประสิทธิภาพขึ้นมากเลยล่ะ จึงเป็นกลเม็ดที่ทำให้คุณลดน้ำหนักได้เร็วขึ้น
ขอบคุณที่มา  สนุกดอทคอม

คุณประโยชน์ของ บูลเบอร์รี่

คุณประโยชน์ของ บูลเบอร์รี่

112 150x150 คุณประโยชน์  บูลเบอร์รี่

บลู เบอร์รี่ ผลไม้สีม่วงเข้มขนาดจิ๋ว ที่แม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็เปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ต่าง ๆ เพราะภายในอุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารที่ร่างกายต้องการจำนวนมาก นอกจากนี้บลูเบอร์รี่นั้นยังมาพร้อมกับรสชาติหวานนุ่มและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ อีกด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมผลไม้ชนิดนี้เป็นที่โปรดปรานของใครหลาย ๆ คน แม้กระทั่งผู้ชายอย่างเรา ๆ ก็ยังแอบติดใจในรสชาติของมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยทาน และไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง ถ้างั้นมาดูเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับบลูเบอร์รีที่กระปุกดอทคอมนำมาฝาก กันในวันนี้ดูก่อนดีกว่าครับ แล้วคุณอาจต้องทึ่งในความมหัศจรรย์ของมัน
1. อุดมไปด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์
ในผลบลูเบอร์รีเต็มไปด้วยวิตามินเอ บี ซี และอี นอกจานี้ยังมีสารทองแดง สังกะสี และสารต้านอนุมูลอิสระอีกมากมาย ซึ่งสารเหล่านี้ช่วยเพิ่มระดับออกซิเจนในร่างกาย และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกันอีกต่างหาก นอกจากนี้สารแอนตี้ออกซิแดนท์ยังช่วยฟื้นฟูและสร้างเซลล์ในสมอง รวมทั้งระบบประสาทตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายด้วยเช่นกัน นับว่าเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์มาก ๆ เลย
2. แหล่งของธาตุแมงกานีสชั้นดี
นอกจากแคลเซียมแล้ว แมงกานีสที่อยู่ในบลูเบอร์รียังเป็นอีกหนึ่งสารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้าง กระดูกให้แข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยเปลี่ยนสารอาหารต่าง ๆ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน เป็นพลังงานด้วย รับรองเลยว่าบลูเบอร์รีช่วยให้ฝันของคนอยากผอมได้กลายเป็นจริงแน่ ๆ เพียงแค่นำบลูเบอร์รีมารับประทานแทนของหวานทั้งหลายเท่านั้นเอง
3. เต็มไปด้วยไฟเบอร์ชั้นยอด
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบทานผักต่าง ๆ ควรจะหันมาทานบลูเบอร์รีให้ได้อย่างน้อย 1 ถ้วยต่อวัน เพราะผลไม้ชนิดนี้จะให้ไฟเบอร์ตามที่ร่างกายต้องการเลย ที่สำคัญไฟเบอร์จากผลบลูเบอร์รี่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของกล้าม เนื้อหัวใจ ซึ่งทำให้หัวใจของคุณมีสุขภาพที่ดีขึ้น นอกจากนี้ไฟเบอร์ยังช่วยลดระดับคลอเรสเตอรอลในเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคร้ายอื่น ๆ ด้วย
คุณประโยชน์จากบลูเบอร์รีที่คุณอาจไม่เคยรู้
4. ไร้ไขมัน
บลูเบอร์รีนอกจากจะอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารอาหารอื่น ๆ ที่จำเป็นกับร่างกายแล้ว ยังเป็นอาหารที่ปราศจากไขมันด้วย ดังนั้นคุณสามารถหยิบขึ้นมาทานได้ทุกเวลาที่ต้องการเลย ไม่เพียงเท่านั้นบลูเบอร์รียังมีส่วนในการช่วยลดไขมันส่วนเกิน และรักษาระดับคลอเรสเตอรอลในร่างกายด้วย หากใครที่กำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็อย่าลืมหยิบมาทานกันเยอะ ๆ นะ
5. ต่อต้านเหล่าแบคทีเรีย
นอกจากจะช่วยเสริมสร้างการทำงานของระบบต่าง ๆ แล้ว บลูเบอร์รียังมีคุณสมบัติในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียอีกด้วย โดยเฉพาะป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ นอกจากนี้ผลไม้สีม่วงชนิดนี้ยังช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ที่เข้ามาทำร้ายร่างกายของคุณได้อีกต่างหาก
6. ป้องกันมะเร็ง
ในผลบลูเบอร์รีประกอบด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย อันได้แก่ กรด Pterostilbene และกรด Ellagic หนึ่งในสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ที่ช่วยป้องกันการทำลายผนังเซลล์ในร่างกาย และป้องกันการก่อตัวของเนื้อร้าย ที่เป็นจุดกำเนิดของมะเร็งด้วย โดยเฉพาะบริเวณตับและลำไส้ของคุณ ดังนั้นสำหรับผู้ที่ชอบทานบลูเบอร์รี่เป็นประจำ ก็จะยิ่งลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งให้ลดน้อยลงด้วย
ขอบคุณที่มา รักดาราดอทเน็ต

แค่หายใจ ก็ลดพุงได้

แค่หายใจ ก็ลดพุ่งได้

121 150x150 แค่หายใจ ก็ลดพุ่งได้

สมัยตอนเด็กๆ เราไม่มีพุง แต่พอถึงช่วงทำงานแล้วพุงมาจากไหน ทั้งที่กินอาหารเท่าเดิม เหมือนเดิมทุกๆวัน
คำถามแรกลองถามตัวเองก่อนว่าการที่มีหน้าท้องนั้น เราได้เคยออกกำลังกายหน้าท้องบ้างรึเปล่า?
คำถามที่สอง เคยออกกำลังกายแบบเหนื่อยจัดๆ อย่างน้อย 3 – 5 วัน ต่อสัปดาห์หรือไม่ หรือเคยออกกำลังกายวันละครึ่งชั่วโมงขึ้นไปรึเปล่า?
ทั้งสองคำถามนี้ คุณเคยได้ทำบ้างมั้ย?
แต่ถ้าคุณไม่เคยทำเลยทั้งสองข้อ ก็ไม่ต้องสงสัยว่าจะมีพุงยื่นจะติดตัวมาอย่างแน่นอน วันนี้เรามีวิธีการออกกำลังแบบง่ายๆ ให้ไปลองฝึกดูกัน สามารถฝึกได้ทุกที่เวลา เค้าเรียกว่า ท่า Stomach Vacuum
ท่า Stomach Vacuum เป็นวิธีการออกกำลังกายที่ดีที่สุดในการช่วยลดพุงยื่น เริ่มแรกเราต้องมาทำความรู้จักกับกล้ามเนื้อที่เราจะออกกำลังกายกันก่อน คือ
กล้ามเนื้อ Transverse Abdominis คือกล้ามเนื้อที่เรียงตัวพาดไปตามแนวขวาง กล้ามเนื้อนี้จะอยู่ข้างใต้ กล้ามเนื้อ Rectus Abdominis (ช่องท้องหรือที่เรียกว่า “Six Pack” กล้ามเนื้อ) นั้นเอง
กล้ามเนื้อ Transverse Abdominis มีหน้าที่พยุงอวัยวะภายในช่องท้องเอาไว้นะครับ ถ้ากล้ามเนื้อนี้ไม่แข็งแรงพอที่จะรัดช่วงท้องของคุณเอาไว้ได้แล้ว หน้าท้องของคุณก็จะเหมือนกับว่าอวัยวะภายในจะดันออกมาภายนอกนั้นเอง
วิธีฝึกหน้าท้องแนวขวางนี้ คือ Stomach Vacuum โดยการสูดลมหายใจเข้ามาในช่องท้อง เป็นการเกร็งกล้ามเนื้อ Transverse Abdominis เข้ามา
วิธีลดหน้าท้องคือ
1. นั่งหรือยืนก็ได้ มือวางที่หน้าขา
2. ยืดตัวตรงหายใจออกปกติ
3. หายใจเข้าทางจมูกลึกๆ แล้วหายใจออกทางปาก เกร็งให้หน้าท้องหดเข้ามา
4. หายใจเข้าอีกครั้งเกร็งหน้าท้องอยู่ที่เดิม แล้วหายใจออกทางปาก เกร็งให้หน้าท้องหดลงเข้าไปอีก
5. หายใจเข้าอีกครั้งให้เกร็งหน้าท้องอยู่ที่เดิม แล้วหายใจออกทางปาก เกร็งหน้าท้องให้หดเข้ามามากกว่าเดิม ทำซ้ำอีกหลายรอบ แต่ละรอบก็พยายามให้ท้องหดเข้ามาเกร็งเข้ามาๆ และยืดอกขึ้นตลอดเกร็งหน้าท้องให้หดเข้ามาให้มากที่สุด เหมือนการทำให้สะดือของคุณดันเข้ามาติดกับกระดูกสันหลังของคุณ แล้วหดเกร็งหน้าท้องให้สุดๆ
6. พอสุดแล้วให้ค้างไว้ ประมาณ 30 วินาที หรือ หนึ่งนาที เวลาเกรงค้างไว้ให้หน้าท้องบีบตัวเกร็งกันมากๆ เราเรียกว่า 1 ครั้ง ทำซ้ำ 5 ครั้ง และทำได้ตลอดทั้งวัน (เวลาที่หน้าท้องหดเกร็งสุดๆ แล้วเวลาค้างไว้ห้ามกลั้นหายใจ ให้หดเกร็งสุดๆ แล้วพยายามหายใจเข้าและออกด้วย)
ถ้าฝึกแบบนนี้เป็นประจำก็จะทำให้กล้ามเนื้อ Transverse Abdominis รัดหน้าท้องของเราเข้าไป และอย่าลืมว่าต้องออกกำลังกายแบบเหนื่อยจัดๆ ครึ่งชั่วโมงขึ้นไป ควบคู่ไปด้วย

ขอบคุณที่มา  รักดาราดอทเน็ต

Saturday, January 5, 2013

ผอมตลอดชาติ ลดความอ้วน The Series - Introduction

" ความลับของการลดความอ้วน ในรูปแบบที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน 90% ของผู้ที่ทำตามวิธีลดความอ้วน สูตรนี้ น้ำหนักลดลงได้ถึง 10-25 กิโลกรัม และไม่กลับมาอ้วนอีก!! "

  • ไม่ต้องอด กินทุกอย่างได้เหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นแป้ง หรือเค้กที่โปรดปราน
  • ไม่ต้องออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง
  • น้ำหนักลดอย่างถาวรไม่กลับมาอ้วนอีก
  • สุขภาพดีขึ้น ผิวพรรณเปล่งปลั่ง จากภายใน
  • และสิ่งดีๆอีกมากที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณ

สวัสดีคะ ผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน วันนี้  ขอนำเสนอ Series ดีๆ เกี่ยวกับวิธีลดความอ้วนอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีความน่าสนใจมาก เพราะจุดเด่นของวิธีลดความอ้วนใน “ผอมตลอดชาติ The Series” นี้ จะทำให้สาวๆที่ต้องการลดความอ้วนทั้ง หลาย และเจอกับปัญหาเดี๋ยวอ้วน เดี๋ยวผอม ผอมตอนลด พอไม่ลดก็กลับมาอ้วนใหม่ ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นอีกเลย ถึงแม้จะเป็นคนกินเก่งก็ตาม รวมทั้งสูตรนี้จะเป็นสูตรลดความอ้วนที่ไม่มีผลในแง่ร้ายต่อสุขภาพของคุณแน่ นอน และในทางตรงกันข้ามสุขภาพของคุณจะดีขึ้นๆเรื่อยๆด้วยซ้ำ

เริ่มต้นจากปัญหาที่สาวๆหลายๆคนพบเจอกันก่อนเลย โดยปกติแล้ว สวยๆหุ่นสวยหรือเกินสวยไปแล้วก็ตาม ส่วนมากจะลดความอ้วน เมื่อเรารู้สึกว่า “อ้วนกว่านี้ไม่ได้แล้ว จะเผละแล้วนะ” เมื่อเราคิดได้ดังนี้ เราก็จะเริ่มอดอาหาร เริ่มออกกำลังกายบ้าง ลดความอ้วนด้วยวิธีต่างๆนานา น้ำหนักอาจจะลดลง มากบ้าง น้อยบ้าง ตามความตั้งใจของแต่ละคน หลังจากจบช่วงของการลดความอ้วนประมาณ 2 อาทิตย์….

หลังจากหมดช่วงลดความอ้วนแล้ว น้ำหนักก็จะค่อยๆกลับมาเหมือนเดิม บางครั้งก็มากกว่าเดิม ในบางรายน้ำหนักอาจจะกลับมาอย่างรวดเร็วมากจนน่าตกใจ อ่านมาถึงตรงนี้แล้วหลายๆคนจะพยักหน้าตาม เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น จริง กับสาวๆจำนวนมาก น่าเบื่อไหมคะ ที่วงจรแบบนี้เกิดขึ้น ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า จนสุดท้ายก็ไม่ผอม ไม่เพรียว อย่างที่ฝันไว้ซะที?

เกริ่นมาถึงตรงนี้แล้ว หลายๆคนสงสัยว่า แล้วมันเกี่ยวกันกับวิธีลดความอ้วนใน Series นี้ตรงไหนหรือ? ต้องตอบว่าเกี่ยวแบบเต็มๆเลยละคะ เพราะสิ่งที่พวกเราทำๆกันมานั้น ล้วน “ผิดธรรมชาติ” กันอย่างสิ้นเชิงกับ “ระบบของร่างกาย” ซึ่งนั่นคือสาเหตุที่ลดความอ้วนยังไง ก็ไม่ลง หรือ ลงก็ไม่ถึงจุดที่ต้องการซะที ยกตัวอย่างเช่น สาวๆส่วนมากมักเลือกที่จะ “อดอาหาร” เพื่อลดความอ้วน แต่ตามธรรมชาติแล้ว ร่างกายของเรา ไม่ได้ต้องการให้อดอาหาร ทุกๆคนรู้อยู่แล้วว่าธรรมชาติต้องการอะไร จากตำราเรียนสมัยประถมและมัธยม เราท่องกันมาว่า เราต้องกินข้าววันละ 3 มื้อ ต้องกินอาหารที่มีประโยชน์ อันนี้คือสิ่งที่ถูกต้อง ดังนั้นการที่เราลดความอ้วน โดยการอดอาหารนั้นเป็นการลดความอ้วนที่ “ผิดธรรมชาติ” สิ่งที่ถูกต้องคือ เมื่อเรากินให้ถูกวิธี เพื่อให้ระบบกระเพาะและลำไส้ ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมและปรับสมดุลตามธรรมชาติได้แล้ว ความอ้วน จะไม่มีทางอยู่กับเราได้เลย

การกินอย่างผิดธรรมชาตินั้น จะทำให้กระเพาะทำงานหนัก และเกิดความอ้วนตามมาอย่างแน่นอน รวมทั้งส่งผลให้ร่างกายโดยรวม ย่ำแย่ลงเรื่อยๆอีกด้วย

สรุปง่ายๆคือ การที่คุณเริ่มอ้วนและน้ำหนักเพิ่มขึ้นนั้น บ่งบอกว่า ร่างกายคุณกำลังขาดสมดุล ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ถ้าหากคุณไม่รีบปรับสมดุลให้กลับมาอยู่ในจุดเดิมให้ได้นั้น ร่างกาย รวมทั้งระบบต่างๆจะเปลี่ยนไป และส่งผลให้คุณเป็นคนอ้วนถาวร รวมทั้งโรคภัยตามมาอีกมายมายด้วย

สำหรับ ผอมตลอดชาติ The Series นั้น จะเปิดเผยเทคนิคและวิธีลดความอ้วนที่คุณจะไม่เคยได้ยินจากที่ไหนมาก่อน ในเรื่องการปรับสมดุลของร่างกายให้เหมือนคนผอม และจะคงสภาพความผอมไว้ได้ตลอดไปชั่วชีวิต ในแบบที่คุณจะไม่ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอะไรมากนัก ไม่ต้องหักโหมออกกำลังกายอย่างบ้าคลั่ง ไม่ต้องทนอดอาหารจนท้องกริ่ว สามารถทานเค้ก ทานแป้งได้ สุขภาพและผิวพรรณดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ทั้งภายในและภายนอก สำหรับตอนนี้ขอจบ intro “ผอมตลอดชาติ ลดความอ้วน The Series” ณ ตรงนี้ก่อน โปรดติดตามตอนต่อไป ….

ลดความอ้วน จะสร้างแรงบันดาลใจในการลดความอ้วนได้อย่างไร?
ใกล้ปีใหม่แล้ว หลายๆคนมักจะใช้ต้นปีใหม่ ในการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆให้กับตัวเอง สำหรับคนอ้วนหลายๆคนมักจะเคยตั้งความหวังไว้ว่า ต้นปีใหม่นี้จะต้องเริ่มต้นลดความอ้วน ลดน้ำหนักให้ได้ เพื่อได้รูปร่างผอมเพรียว สมปรารถนากัน แต่ทว่า หลายปีผ่านไป การเริ่มต้นลดความอ้วนนี้ ก็ไม่เคยสำเร็จซักที วันนี้มาลองดูว่าทำไมแค่การลดความอ้วนมันถึงยากนัก ปัจจัยของความล้มเหลวคืออะไร?
เริ่มต้นจาก ให้เราลองนึกย้อนไปในช่วงที่เราคิดว่าอยากจะลดความอ้วน เรามีความอยากที่จะลด “มากแค่ไหน”??



ถ้าคุณเคยดูรายการ The Biggest Loser ที่ดำเนินรายการโดย Jillian Michales สุดยอดโค้ชลดน้ำหนักอันดับต้นๆของโลก ทางช่อง NBC ของอเมริกาแล้วหละก็ (ถ้าคนที่ไม่เคย ลองหาดูนะคะ สนุกและได้แรงบันดาลใจมากๆ) คุณคงจะสงสัยว่า คนที่ลดน้ำหนักได้เป็นร้อยๆกิโล เค้าทำกันได้ยัง แล้วทำไมเราอยากลดแค่ซัก 2-3 กิโลเราถึงทำไม่ได้ ความต่างของคุณกับผู้ร่วมรายการ The Biggest Loser นี้ คือเรื่องจิตใจ แรงบันดาลใจและความกระหายอยากที่จะลดความอ้วนให้สำเร็จ ผู้ร่วมรายการที่ประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในการลดน้ำหนักนับร้อยๆกิโลนี้ ไม่ได้ต่อสู้กับใครเลย แต่เค้าต่อสู้กับจิตใจตัวเอง







ผู้ร่วมรายการที่ลดความอ้วนได้มากที่สุด ไม่ใช่คนที่แข็งแรงที่สุด ไม่ใช่คนที่มีเทคนิคพิเศษ แต่เค้ามีความแข็งแกร่งทางจิตใจ และความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้และก้าวข้ามอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่นี้ไปได้ นี่คือสิ่งแรก และสิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะต้องมี

ดังนั้นวันนี้เรามาดูวิธีง่ายๆในการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองลดความอ้วนให้สำเร็จกัน

1. เป้าหมายสำคัญที่สุด : สมุดบันทึกเป็นสิ่งหนึ่งที่สำคัญ ของการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นที่รวบรวม เป้าหมายและคำสัญญาที่คุณจะให้กับตัวเอง คุณจำเป็นต้องเขียนสิ่งเหล่านี้ลงไป โดยเริ่มจาก
เป้าหมาย > เป้าหมายจะมี 2 อย่างคือ เป้าหมายหลัก และเป้าหมายย่อย

เป้าหมายหลัก : ให้คุณจินตนาการถึงเป้าหมาย ในการลดน้ำหนักของคุณ คุณอยากจะได้ร่างกายแบบไหน เหมือนดารา นางแบบ นายแบบ คนไหนเลือกเลย คุณต้องระบุรายละเอียดให้มากที่สุด คุณอยากจะมีกล้ามเนื้อ มี Six Pack มีขาที่เรียวสวย อยากมีอะไรใส่ไปให้หมด สุดท้ายใส่ระยะเวลาที่มีความเป็นไปได้ และไม่ over จนเกินไป ว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นในวันไหน เดือนไหน ปีไหน

เป้าหมายย่อย > เป้าหมายย่อย เปรียบเหมือนจุดพัก ส่วนนี้เราจะเขียนเป้าหมายที่ย่อยลงมาเป็นส่วนๆ ถ้าหากเป้าหมายหลักของคุณกำหนดระยะเวลาไว้ 1 ปี ในการลดความอ้วน เราอาจจะเขียนเป้าหมายย่อยไว้ 12 เดือน แล้วกำหนดว่า ภายใน 1 เดือน คุณจะต้องลดน้ำหนัก ให้ได้จำนวนเท่าไหร่ ถ้าหากคุณน้ำหนัก 95 กิโล อยากจะลดน้ำหนักให้เหลือก 45 กิโล คุณต้องเอา 50 หาร 12 จะเท่ากับคุณต้องลดให้ได้เดือนละ 4 กิโล เมื่อคุณมีเป้าหมายย่อยแล้ว การเดินทางสู่จุดหมายจะดูง่ายขึ้น เหมือนการปีนขึ้นสู่ยอดเขา คุณค่อยๆเดินไปเรื่อยๆ สุดท้ายคุณก็ถึงเอง เป้าหมายย่อยนี้ จะช่วยให้คุณมีกำลังใจก็ต่อเมื่อคุณทำได้สำเร็จตามที่วางไว้

2. ติดเป้าหมายของคุณไว้ ให้มากที่สุด เท่าที่คุณจะมองเห็นได้ : ถ้าหากคุณมีความฝันว่าอยากที่จะลดน้ำหนักให้ได้เท่าไอดอลของคุณ คนไหนก็แล้วแต่ หารูปไอดอลคนนั้น มาติดไว้ที่ลู่วิ่ง ติดไว้หน้าโต๊ะกินข้าว ติดไว้บนเพดานห้องนอนของคุณ ให้คุณมองเห็นได้บ่อยเท่าที่จะบ่อยได้

3. จินตนาการ : ให้คุณสร้างจินตนาการ ว่าคุณสามารถที่จะไปถึงจุดที่คุณใฝ่ฝันได้สำเร็จ และเมื่อคุณทำได้สำเร็จ คุณจะได้รับอะไรเข้ามาในชีวิตบ้าง คุณรู้สึกยังไงกับรูปร่างอันผอมเพรียว เหมือนดารานางแบบ เมื่อเวลาเดินออกไปนอกบ้าน ผู้คนจะรู้สึกและมองคุณอย่างไร คุณจะรู้สึกดีและภูมิใจกับตัวเองแค่ไหน ให้คุณสร้างจินตนาการขึ้นมาให้สมจริงมากที่สุด ให้คุณรู้สึกเหมือนว่ามันเกิดขึ้นมาแล้ว โดยให้จินตนาอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง อาจจะเป็นช่วงก่อนนอน หรือหลังตื่นนอน ยิ่งทำได้บ่อยเท่าไหร่ ความสำเร็จยิ่งมาถึงเร็วเท่านั้น


4. ACTION : เหตุการณ์ที่คุณจินตนาการและวางเป้าหมายมาทั้งหมด จะไม่มีความหมายอะไรเลย ถ้าหากคุณขาดการปฏิบัติอย่างเข้มงวด ให้คุณเริ่มวางแผนจากเป้าหมายย่อยว่า หากเดือนนี้เราต้องการลดน้ำหนักให้ได้ 4 กิโล เราจะต้องทำอะไร อย่างไรบ้าง ให้เขียนรายละเอียดออกมา แล้วดูแผนการของคุณทุกวันๆ พร้อมกับการปฏิบัติและบันทึกผลไปด้วย ว่าแต่ละวันคุณคืบหน้าไปกับการลดน้ำหนักได้แค่ไหนแล้ว คุณควรชั่งน้ำหนักและจดบันทึก ทั้งเรื่องของอาหารและเครื่องดื่มที่คุณกิน คุณออกกำลังกายมากน้อยแค่ไหน เหลือน้ำหนักอีกกี่กิโลที่คุณจะต้องลดเพื่อให้ถึงเป้าหมายนั้น อย่าเร่งจนเกินไป และอย่าเฉื่อยชา ทำให้อยู่ในหลักของความพอดี การหักโหมจนเกินไป ก็ไม่ใช่เรื่องดี ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นลดความอ้วน ลดน้ำหนัก คุณอาจจะเริ่มด้วยการศึกษาหาข้อมูลก่อนที่จะมาวางแผน ว่าแต่ละวันคุณจะทำอะไรบ้าง

ถ้าหากคุณทำได้ทั้งหมดตามนี้ เป้าหมายในการลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ของคุณไม่ว่าจะกี่สิบ กี่ร้อยกิโล คุณก็สามารถสำเร็จได้ ถ้าคุณชนะใจตัวเอง เราขอเป็นกำลังใจให้คะ

ขอขอบคุณรูปภาพจาก http://siamhealthyshop.ibuy.co.th

ลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศส ผอมฮวบๆ ภายใน 24 วัน


สำหรับวิธีลดความอ้วน ที่เราจะนำเสนอวันนี้ คือการลดความอ้วน แบบฝรั่งเศส เป็นอีกสูตรหนึ่งซึ่งได้ทดลองมาแล้วว่าได้ผลดี และเป็นสูตรลดความอ้วนที่ไม่ยากอย่างที่คิด
โดยจะรวมเวลาทั้งหมด 24 วัน แบ่งเป็นทั้งหมด 4 ช่วง นับง่ายๆเป็น 9 – 3 – 9 – 3

ลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศส | ช่วงที่ 1

เริ่มโดย 9 วันแรก ให้ใช้สูตรนี้เหมือนกันตั้งแต่วันที่ 1-9

มื้อเช้า : ส้มโอ พร้อมชา หรือ กาแฟ
จะไม่หนักท้องเท่าไหร่แต่ก็ช่วยให้ไม่หิวได้ในระดับหนึ่ง ไม่เป็นไร แป๊บเดียวก็เที่ยงแล้ว

มื้อกลางวัน : รับประทานอาหารที่เป็นเนื้อสัตว์ล้วนๆเท่านั้น มื้อนี้จะต้องไม่มีแป้ง ไม่มีข้าว ไม่มีผัก นมและไข่ โดยเราสามารถใส่ซอสได้ มื้อนี้สามารถกินได้มากตามที่อยากจะกินเลย แต่สูตรลดความอ้วนนี้จะมีข้อห้ามแปลกๆหน่อยคือ ต้องรับประทานเนื้อสัตว์ชนิดเดียวกันเท่านั้น ห้ามผสมหมู + ไก่ หรือ เนื้อ + หมู จะทานได้แค่ชนิดเดียวกัน ไม่เช่นนั้นแล้วจะไม่มีผลในการลดความอ้วนเลย การรับประทานแบบนี้จะทำให้กระเพาะอาหารสามารถที่จะทำงานได้ดี มากกว่าการทานเนื้อสัตว์หลายชนิดปนกัน

ข้อแนะนำในการเลือกคือ ถ้าหากเลือกตามปริมาณไขมัน หมู จะมีปริมาณไขมันมากที่สุด อันดับสองจะเป็นเนื้อ ส่วนอาหารจำพวกทะเลทั้งหลาย จะมีไขมันน้อย เช่นปลา ปลาหมึก กุ้ง และ ถ้าคำนึงถึงจำนวนปริมาณแคลอรีในการลดความอ้วนด้วยล่ะก็ อาหารต้ม นึ่ง เผา จะมีประมาณแคลอรีน้อยกว่า อาหารจำพวกผัดหรือทอด ถึงแม้ว่าจะเป็นอาหารจำพวกขาหมูก็สามารถกินได้ แต่ห้ามกินอย่างอื่นปนเป็นอันขาด เพราะถ้าเราหลุดและละเมิดกฎ น้ำหนักอาจจะไม่ลดลงอย่างที่คิด และความพยายามในการลดความอ้วนทั้งหมดก็จะหายวับไปกับตา เมนูอาหารลดความอ้วนที่แนะนำคือ ปลาสำลีเผา กุ้งอบวุ้นเส้น กุ้งอบเกลือ ปลากะพงย่างหรือเผา หมูทอดกระเทียมพริกไทยแห้งๆ แกงจืดหมูสับอย่างเดียว สเต็กหมูพริกไทยดำ อย่าลืม ห้ามกินผักและข้าวเป็นอันขาด

มื้อเย็น :  มื้อนี้อาจจะต้องใช้ความอดทนซักหน่อย เพราะจะให้กินแต่ข้าวกล้องล้วนๆ สำหรับคนที่ยังไม่เคยกินอาจจะไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไหร่ แต่ตอนนี้เราลดความอ้วนอยู่ คงต้องปรับตัวกันหน่อย เริ่มโดยการกินข้าวกล้อง จะดัดแปลงได้นิดหน่อย สามารถเติมซอสได้ จะใส่เครื่องปรุงอะไรใดๆก็ได้ เช่น พริกไทย ซีอิ๊วขาว มีข้อห้ามนิดนึงคือ ห้ามใส่นมและไข่ รวมทั้งผักและเนื้อสัตว์ ลงไปผสมเด็ดขาด ถ้าหากฝ่าฝืนก็จะเหมือนข้อข้างบน น้ำหนักอาจจะไม่ลดก็ได้ เมนูแนะนำลดความอ้วน สำหรับมื้อเย็นนี้ได้แก่ ข้าวผัดกะปิ ข้าวผัดปู ข้าวคลุกน้ำพริกต่างๆ ข้าวผัดกระเทียมใส่ซีอิ๊ว หวังว่าคงไม่ทรมานเกินไปนะคะ


ลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศส | ช่วงที่ 2

ถ้าหากเราลองชั่งน้ำหนักดู จากการปฏิบัติการลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศสมา เราจะเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ให้พอมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง ขอให้เราสู้ต่อจนจบคอร์สนะคะ

สำหรับช่วงที่ 2 นี้จะใช้เวลาปฏิบัติตาม 3 วัน

มื้อเช้า : ทานเหมือนสูตร 9 วัน ส้มโอ พร้อมชา หรือ กาแฟ

มื้อกลางวันและเย็น : ต้องกินแต่ผลไม้เท่านั้น ฟังดูแค่นี้ก็โหดแล้ว สำหรับคนที่ไม่ชอบทานผลไม้ แต่ถ้าสาวๆที่ชอบกิน ก็ไม่น่าจะมีปัญหา สูตรนี้ไม่ได้โหดร้ายอย่างที่คิด เพราะสามารถทานเท่าไหร่ก็ได้ แต่ห้ามทานอาหารอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องเด็ดขาด ผลไม้ล้วนๆเท่านั้น และต้องทานให้เป็นมื้อ ห้ามทานระหว่างมื้อ ไม่ต้องแบ่งเป็นมื้อย่อย เทคนิคที่เพิ่มมาอีกนิดคือ เลือกผลไม้ที่น้ำตาลน้อย จะทำให้น้ำหนักลดลงได้อีกคะ

ลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศส | ช่วงที่ 3

ช่วงที่ 3 นี้เราจะใช้เวลากับสูตรนี้รวม 9 วัน

มื้อเช้า : ทานเหมือนสูตร 9 วันช่วงแรก ส้มโอ พร้อมชา หรือ กาแฟ

มื้อกลางวันและเย็น : ต้องทานแต่ผักล้วนเท่านั้น แต่ไม่โหดร้ายอย่างที่คิด เพราะสูตรฝรั่งเศสนี้นับ มันฝรั่ง เผือก ข้าวโพด ว่าเป็นผักด้วยเช่นกัน และสามารถปรุงได้ตามต้องการ จิ้มโน่น จุ่มนี่ได้หมด ทำให้ลดความโหดลงได้นิดนึง มีเมนูอาหารลดความอ้วนแนะนำ เช่น ผักนึ่งจิ้มน้ำพริก ผัดผักทุกประเภทกินได้หมด สลัดผักบวกน้ำสลัดที่เป็นสูตรลดความอ้วน ไม่มีการใส่ไข่ นมและน้ำตาล คะน้าผัดน้ำมันหอย

ลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศส | ช่วงที่ 4

ช่วงที่ 4 นี้จะใช้เวลาปฏิบัติตาม 3 วัน

มื้อเช้า : ทานเหมือนสูตร 9 วันช่วงแรก ส้มโอ พร้อมชา หรือ กาแฟ

มื้อกลางวันและเย็น : จะกลับมาทานแต่ผลไม้ล้วนอีกทีนึง แบบสูตร 3 วัน ช่วงที่ 1

จบวิธีลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศสกันแค่นี้ รวมทั้งหมด 24 วัน ถ้าหากคุณปฏิบัติตามมาได้จนถึงจบช่วงที่ 4 นี้ ยินดีด้วยคะ ตอนนี้น้ำหนักคุณคงจะลดลง อย่างน้อยก็ 5 กิโลแล้ว สูตรลดความอ้วนตัว นี้ เห็นผลมานักต่อนักแล้ว ถึงแม้คนที่ลดไม่ค่อยลง ก็เห็นผลคะ ถ้ายิ่งคุมอาหารได้ดีไม่หลุด จะลดได้มากกว่านี้อีก ตัวอย่างการควบคุมอาหารเช่น ในช่วงที่ทานเนื้อสัตว์อะไรก็ได้นั้น ถ้าเราเลือกกินปลามากกว่าขาหมู เลือกทานส้มมากกว่าทุเรียน เป็นต้น สูตรนี้ถ้าหากว่าพลาดไป 1 วัน ถือว่าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เลย เพราะฉะนั้นตัดสินใจดีๆก่อนที่จะเริ่มต้น

วิธีนี้จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้ดีขึ้น เราสามารถย้อนกลับไปทำสูตรนี้ใหม่ได้ หากเราจบสูตร 24 วันแล้ว หรือถ้าอยากผอมตลอดแบบไม่ต้องควบคุมปริมาณอาหาร ก็มีหลักเกณฑ์ที่ต้องปฏิบัติตามดังนี้
1. ถ้าจะกินเนื้อต้องกินเนื้อชนิดเดียวกัน ทานร่วมกับผัก และห้ามทานแป้งโดยเด็ดขาด
2. ถ้าอยากจะทานแป้ง ห้ามทานพร้อมโปรตีน ให้ทานพร้อมผักเท่านั้น
3. ควรทานผลไม้ก่อนอาหารมื้อหลักประมาณ 15-30 นาที ผลไม้จะช่วยไปตัดกำลังในการทานมื้อหลักของเรา ทำให้เราทานมื้อหลักได้น้อยลง โดยไม่รู้สึกหิวอีกด้วยคะ

ถ้าหากสังเกตดูแล้ว วิธีลดความอ้วน สูตรฝรั่งเศสนี้ ไม่ใช่สูตรที่โหด และหักโหมเท่าไหร่ และยังช่วยให้น้ำหนักลดลงอย่างได้ผลอีกด้วย สุดท้ายฝากไว้ว่า อย่าอ่านอย่างเดียวนะคะ นำไปปฏิบัติตามด้วย เพราะการอ่านไม่ทำให้เราผอมได้ แต่การปฏิบัติเท่านั้นที่จะทำให้ฝันของเราเป็นจริง

Credit รูปภาพจาก internet

http://www.cas.ac.th/el_japanese/daiet.htm

ลดความอ้วน เนย อิทธิมนต์ ลดน้ำหนัก 140 เหลือ 66 ทำได้ยังไง? | ลดความอ้วน

ลดความอ้วน  เนย อิทธิมนต์ ลดน้ำหนัก 140 เหลือ 66 ทำได้ยังไง?

เนย ก่อนลดความอ้วน 140 กิโล - ลดความอ้วน pantip

ลดความอ้วน  เนย อิทธิมนต์ หนุ่มมหัศจรรย์ สามารถลดความอ้วน จาก 140 กิโล เหลือ 66 กิโล ภายในระยะเวลาเพียง 8 เดือนเท่านั้น ตอนนี้กลายเป็นหนุ่มหล่อหน้าใส ภายในระยะเวลาชั่วข้ามปี
จั่วหัวมาแบบนี้แล้ว หลายๆคนคงอยากจะรู้จักหนุ่มคนนี้กันแล้ว ว่าเค้าคือใคร และเค้าทำยังไงให้น้ำหนักลดลงได้มากซะขนาดนั้นมาดูกัน

เนย ลดน้ำหนักเหลือ 66 กิโล - ลดความอ้วน pantip


เนย อิทธิมนต์ บุญญรัตน์พันธุ์ อาชีพเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ เนย ได้เปิดเผยใน facebook และเว็บบอร์ดลดความอ้วน pantip ว่า เขาเป็นคนที่มีนิสัยชอบกิน เป็นชีวิตจิตใจ มีความสุขกับการกินมากจนกว่าจะรู้ตัวอีกที น้ำหนักก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ 140 กิโลกรัมเรียบร้อย แต่ด้วยความที่เป็นคนเสพติดการกินแล้ว ไม่มีอะไรสามารถที่จะหยุดยั้งเขาได้เลย ถึงแม้หลายๆคนจะเรียกเค้าว่า อ้วน แต่เขาก็ได้ปลอบใจตัวเองว่า โลกนี้คนผอมมีเยอะแล้ว มีคนอ้วนเกิดขึ้นอีกซักคนจะเป็นอะไรไป

การกินของเนย ดูจะไม่มีทางหยุดได้และมีแนวโน้มว่าจะมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงเหตุการณ์หนึ่งซึ่งทำให้เนยจะต้องตัดสินใจลดความอ้วนอย่างจริงจัง นั่นคือวันหนึ่ง เนยไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ร้านชื่อดังแห่งหนึ่ง หลังจากทานอาหารเข้าไปจำนวนมาก เนยเกิดอาการรู้สึกหายใจติดขัด เหมือนหายใจไม่ออก และจากเหตุการณ์นั้นเนยรู้สึกว่าตนเองเข้าใกล้ความตายมากขึ้นทุกที แต่โชคดีที่รอดมาได้ ทำให้เนยตัดสินใจลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

จากกระทู้ลดความอ้วน PANTIP บอกว่า เนยเริ่มลดความอ้วนด้วยวิธีการว่ายน้ำ เพราะด้วยความที่อ้วนมากเกินไปทำให้ ไม่สามารถออกกำลังกายแบบอื่นได้ถนัด ถ้าหากวิ่งก็อาจจะทำให้ข้อเข่าเสื่อม เนยเลือกที่จะว่ายน้ำวันละ 1-2 ชั่วโมง โดยไม่หยุดพักเลย และปรับพฤติกรรมการกินของตัวเองใหม่ทั้งหมด เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์เท่านั้น ไม่งดอาหารมื้อเช้า เพราะเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด เนยเลือกที่จะทานแป้งให้น้อยลงเรื่อยๆ และทานผักให้มากขึ้นแทน

หลังจากทีเรื่องราวของเนยได้ถูกพูดถึงในกระทู้ลดความอ้วน PANTIP ตลอดจนถึงเว็บบอร์ดต่างๆ และ facebookที่นำเรื่องราวของเนยไปลง และ Share ต่อกันไปใน Social Network เนยได้ถูกรายการชื่อดัง เช้าดูวู้ดดี้ (วันที่ 30/4/55) เชิญมาเปิดใจเป็นครั้งแรก ถึงเรื่องราวสุดมหัศจรรย์ของหนุ่มคนนี้ รวมถึงมีดารา นักร้องชื่อดังมาร่วมแบ่งปัน ประสบการณ์การลดน้ำหนักด้วย


เนย อิทธิมนต์ ออกรายการ "เช้าดูวู้ดดี้" - ลดความอ้วน PANTIP


โดยเนยได้เล่าประสบการณ์การลดความอ้วนของเขาไว้ใน กระทู้ลดความอ้วน PANTIP ว่า เขาใช้การว่ายน้ำ 1 ชั่วโมงเพื่อลดน้ำหนัก ในช่วงแรก จนถึงช่วงที่น้ำหนักลดลงไปถึง 30 กิโลแล้ว เนยจึงเริ่มเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นการวิ่ง วันละ 2 ชั่วโมงแทน เพราะไขมันจะเริ่มเผาผลาญก็ต่อเมื่อ ร่างกายวิ่งอย่างต่อเนื่อง 40 นาทีขึ้นไป ในขณะเดียวกัน เนยก็ลดแป้งและน้ำตาลลงด้วย อะไรที่เคยชอบกิน ทั้งขนม นม เนยทั้งหลาย เนยงดหมด จนน้ำหนักของเนยลดลงเรื่อย สุดท้ายเหลือแค่ 66 กิโลกรัม ซึ่งเนยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะลดให้ถึง 63 กิโลให้ได้

เนยได้เผยวิธีลดความอ้วนของเขา ไว้ในกระทู้ลดความอ้วน PANTIP และ Facebook ดังนี้
1. คุณต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง เพราะแรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการที่จะทำให้คุณมีความอดทนจนไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ได้
2. การออกกำลังกายลดความอ้วน เป็นสิ่งที่สำคัญที่ขาดไม่ได้ในการลดความอ้วน ซึ่งเนยใช้วิธี ว่ายน้ำ 1 ชั่วโมง ก่อนในช่วง 30 กิโลแรก จากนั้นจึงเปลี่ยนวิธีเป็น วิ่งวันละ 2 ชั่วโมงแทน
3. เปลี่ยนนิสัยการกิน ออกไปอย่างสิ้นเชิง ไม่ตามใจปาก ดื่มน้ำตอนตื่นนอน 2 แก้ว เพื่อช่วยให้ระบบขับถ่าย ทำงานได้ดี และไม่ลืมรับประทานอาหารมื้อเช้า แต่ทานแค่พออิ่ม และทานแป้งให้น้อยลง
4. เลือกรับประทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และสุขภาพ
5. เอาชนะตัวเองให้ได้ อย่าสนใจคำพูดที่เข้ามาจากคนอื่น ซึ่งไม่ได้มีผลต่อตัวเราเลย

สุดท้ายนี้ อยากฝากให้ทุกคนมีความอดทนไม่ย่อท้อ และล้มเลิกไปก่อนที่จะลดความอ้วนได้สำเร็จ ถ้าหากคุณมีความมุ่งมั่นที่จะลดน้ำหนักอย่างจริงมากพอแล้ว ยังไงก็ต้องสำเร็จคะ

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://men.kapook.com/view40287.html

ทำไมการลดความอ้วนที่ผ่านมาจึงล้มเหลว - ผอมตลอดชาติ ลดความอ้วน The Series – ตอนที่ 2

ทำไมการลดความอ้วนที่ผ่านมาจึงล้มเหลว - ผอมตลอดชาติ ลดความอ้วน The Series – ตอนที่ 2

ที่ผ่านๆมา ไม่ว่าจะลดความอ้วน ลดน้ำหนัก ซักกี่ครั้ง ก็ล้มเหลวมาตลอด หลายๆคนรู้ตัวว่า ล้มเหลวเพราะแพ้ใจตัวเอง ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎ ตามสูตรลดความอ้วนทั้งหลายได้จนจบ ไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่ว่าง ไม่อะไรก็แล้วแต่ แต่ก็ยังมีอีกหลายๆคนที่พยายามทำตามกฎเกณฑ์ กินน้อยก็แล้ว ออกกำลังกาย ก็แล้ว แต่ทำไมน้ำหนักไม่ลงซะที
หัวใจของการลดความอ้วน ในแบบให้ผอมตลอดชาติคือ “การกินให้ถูกหลักการ” อย่างเคร่งครัด การที่เราจะกินอาหารให้ถูกหลักนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดจะอยู่ที่เวลาในการรับประทานอาหาร ธรรมชาติของร่างกาย set เวลามาให้เราแล้วว่า เวลาที่เหมาะสมกับการกิน แล้วสอดคล้องกับการทำงานของกระเพาะอาหาร รวมทั้งระบบย่อย ระบบดูดซึม ทั้งหลาย นั้นมี 3 ช่วงเวลา เหมือนที่เราทุกรู้กันคือเช้า เที่ยง เย็น แต่ที่เรายังไม่เคยเรียนรู้กันมาคือ มันยังมีเวลาที่เจาะจงลงไปอีก ว่าถ้ากินช่วงไหนแล้วไม่อ้วน 
เวลาที่กินอาหารแล้วไม่อ้วน ไม่ว่าจะกินอะไร(แต่ต้องไม่เยอะจนเกินปกติของมนุษย์) ก็ตาม คือ
มื้อเช้า : 6 - 7 โมง
มื้อเที่ยง : 10 -11 โมง 
มื้อเย็น : 4-5 โมงเย็น
ทั้ง 3 เวลานี้เป็นเวลาที่ความเข้มข้นของน้ำตาลในกระแสเลือด “ลดลง” ซึ่งเมื่อน้ำตาลในเลือดลดลง ระบบของกระเพาะอาหารจะหลั่งกรดออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งทำให้เกิดความอยากกินอาหาร สมองจะบังคับให้ร่างกายกักเก็บพลังงาน
การลดความอ้วน โดยใช้หลักของการกินอาหารให้ถูกเวลานั้น สามารถลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้จริง เพราะอย่างที่เราเกริ่นมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราเน้นว่าจะทำยังไงให้กระเพาะทำงานได้ตามระบบที่ธรรมชาติสร้างมาให้ได้มาก ที่สุด เมื่อเราทำได้แล้ว ไขมันที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมทั้งไขมันที่ตกค้างอยู่จะถูกเผาผลาญไปโดยไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยเลย ขอเพียงแค่รู้ว่า “เวลาไหนที่เหมาะกับการกิน” และเวลาไหนไม่ควรกิน 
วิธีลดความอ้วนแบบ นี้ มีข้อดีคือ เราสามารถกินอะไรก็ได้ ที่เราอยากกิน ไม่ว่าใครก็ตาม คุณจะมีระบบเผาผลาญ คุณจะอ้วนอยู่แล้วมากแค่ไหน มนุษย์ทุกคนสามารถทำแล้วได้ผลเหมือนกันหมด ไม่ว่าคุณจะอยากกินเค้ก กินของทอด กินขนม นม เนย ช็อคโกแลต ก็สามารถทานได้ (ในปริมาณที่เหมาะสม อย่าให้เกินปกติ) ยิ่งเน้นเวลาในช่วงเช้าซึ่งระดับน้ำตาลในกระแสเลือด ต่ำที่สุดของช่วงวันแล้วจะดีเยี่ยมไปเลย เพราะหลังจากตื่นนอน สมองจะยังทำงานได้ไม่ดีนัก และส่งผลให้มีการตอบสนองต่อระบบน้ำตาลในเลือดได้ต่ำกว่าปกติมาก หลังจากที่คุณกินอาหารเช้าแล้ว ระดับน้ำตาลจะสูงขึ้นและมีพลังงานให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตแต่ละวัน เมื่อคุณทานเพื่อลดความอ้วนในช่วงเช้า พลังงานจะถูกเผาผลาญออกไปในช่วงระหว่างวัน ถ้าหากคุณทำงานที่ต้องออกแรงซักหน่อย ช่วงเที่ยงๆก็น่าจะเผาผลาญได้หมดแล้ว ด้วย lifestyle ในยุคปัจจุบัน คนมักจะทานอาหารเช้าน้อยลงเรื่อยๆ แต่รู้หรือไม่ว่า มันเหมือนกับเราพลาดช่วงนาทีทองในการกินสิ่งที่เราชอบไปเลย หลายคนสงสัยว่า จะให้กินเค้กตอนเช้าจริงหรอ มันไม่ใช่เวลากินเค้กนะ? ขอบอกว่า”จริงคะ “ หลายๆคนรู้สึกแปลกกับการกินอาหารหลายๆอย่างในตอนเช้า และเข้าใจว่าเราควรกินแต่ข้าวต้มและอาหารอ่อนๆ แต่นั่นเป็นเพราะคุณไปตั้งกฎ หรือไปฟังใครพูดมาผิดๆรึป่าว ปรับความคิดใหม่นะคะ มื้อเช้าก็เหมือนทุกมื้อนั่นแหละคะ
เราอาจจะต้องฝืนตัวเองบ้าง เวลาที่จะต้องไปกินกับคนโน้นคนนี้ แต่อย่าลืมว่าเรากำลังอยู่ในช่วงลดความอ้วน ลดน้ำหนักอยู่ ดังนั้นถ้าหากการที่ต้องไปกิน มันอยู่ในช่วงเวลาตามสูตรนี้ ก็สามารถที่จะกินได้เต็มที่ แต่ถ้าเลยไปแล้ว ก็ควรลดปริมาณอาหารลงในปริมาณที่พอเหมาะ เมื่อเราทำได้จนเป็นนิสัยแล้วจะทำให้กลไกการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ดี ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และจะพ่วงไปทำให้ระบบอื่นๆทั่วร่างกายดีขึ้นด้วย
เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับกฎข้อที่ 2 ในซีรีย์ผอมตลอดชาติ ลองทำตาม แล้ววัดผลกันดูนะคะ ว่าน้ำหนักจะลดลงมากน้อยแค่ไหน ตอนต่อไปเราจะนำเสนอเรื่องว่า จะกินอาหารประเภทไหนที่จะให้ประโยชน์สูงสุด ในแต่ละช่วงเวลา ลองติดตามกันดูนะคะ

ขอบคุณรูปภาพจาก http://www.google.com

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design by I Love Fat