Monday, November 5, 2012

9 สูตรลดน้ำหนัก สำหรับสาวที่อยาก ลดความอ้วน

รูปภาพประกอบ : 9 สูตรลดน้ำหนัก สำหรับสาวที่อยาก ลดความอ้วน

ความ อ้วนกับสาวๆ ดูเหมือนจะเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันเลยใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งถ้าเกิดใครมาทักว่า "นี่เธอดูอ้วนขึ้นรึเปล่าเนี่ย" คงจะถึงขั้นตัดเพื่อนตัดพี่น้องกันเลยทีเดียว อิอิ แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ เพราะวันนี้เรารวบรวม สูตรลดน้ำหนัก เคล็ดลับ วิธีลดความอ้วน ภายในช่วงเวลาที่เราต้องการ ตั้งแต่ 3 วัน ถึง 1 เดือน มาฝากสาวๆ ด้วย เอ้า...ไหนมาดูซิ ว่ามี สูตรน้ำหนัก อะไรน่าสนใจบ้างเอ่ย

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 1: สูตรลดน้ำหนัก ของสมเด็จพระเทพฯ

         เป็นสูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ค่ะ โดยก่อนรับประทานอาหาร ให้ดื่มน้ำก่อน 2 แก้ว และจัดอาหารแต่ละมื้อ ดังนี้

 วันที่ 1 

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้ หรือโยเกริต์
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
          มื้อเย็น : สลัดผัก

 วันที่ 2 

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มสองฟอง
          มื้อเย็น : โยเกิรต์

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : โยเกิรต์หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
          มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

 วันที่ 4

          มื้อเช้า : ขนมปัง 1 แผ่น น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : สลัดผักและไก่ย่าง 1 ชิ้น
          มื้อเย็น : โยเกิรต์

 วันที่ 5

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้น
          มื้อเย็น : สลัดผัก

 วันที่ 6

          มื้อเช้า : น้ำผลไม้หรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลไม่ใส่ครีม
          มื้อกลางวัน : ปลานึ่งหรือปลาเผา
          มื้อเย็น : นมสด

 วันที่ 7

          มื้อเช้า : ข้าวสวย 1 ทัพพี และหมูย่าง 1 ชิ้น หรือ ข้าวสวย 1 ทัพพี และไข่ต้ม 1 ลูก
          มื้อกลางวัน : เกาเหลาลูกชิ้นหมู
          มื้อเย็น : สับปะรด 1 ชิ้น

         ส่วนวันที่แปด มื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็น สามารถรับประทานอาหารอะไรก็ได้ตามใจชอบ แต่ถ้าอยากลดน้ำหนักต่อให้เริ่มรับประทานเหมือนที่ทำตั้งแต่วันแรกค่ะ

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 2  : สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

         โดยทั้งสามวัน คุณสาวๆ ต้องดื่มน้ำ 2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อค่ะ และต้องรับประทานอาหารดังนี้

 วันที่ 1   

         ตื่นมา ถ่ายให้หมด และ ดื่มน้ำสะอาด  1 ลิตร

          มื้อเช้า : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ส้มขนาดกลางหวานไม่มาก + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ไอศกรีม รสวนิลา 1 ลูก +แครอท น้ำบุรูท ประมาณ 50 กรัม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อเย็น : ปลาทูน่า + มะเขือเทศ สีดา 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

 วันที่ 2
         
          มื้อเช้า :แก้วมังกร + แฮม 2 แผ่น + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อกลางวัน :ไข่ต้มกินไข่ขาว + ถั่วฝักยาว ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อเย็น : ผักกาดต้ม + แคนตาลูบ ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : ปลาทูน่า + ส้มเขียวหวาน ขนาดเล็ก 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อกลางวัน :แกงส้ม กินแต่ผัก + กินเปลือกกุ้ง + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
          มื้อเย็น : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ลูกพรุนแห้ง 2 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล

         ระหว่างนี้ห้ามทานของมัน หรือของทอดเด็ดขาดค่ะ หลังจากรับประทานครบ 3 วันแล้ว สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ

สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 3: สูตรลดน้ำหนัก 3 วัน

         นี่ก็เป็นสูตรลดน้ำหนัก 3 วัน อีกเช่นกัน สำหรับสาวใจร้อน อยากลดน้ำหนักเร็วๆ โดยทั้งสามวัน คุณสาวๆ ต้องรับประทานอาหารดังนี้

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ส้มโอ 1/2 ผล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ถั่วเหลืองในซอสมะเขือเทศ
          มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ปลาทูน่า 4 ออนซ์ (ประมาณ 115 กรัม)  ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น
          มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น ถั่วฝักยาวต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์
   
 วันที่ 2

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง กล้วยหอม 1/2 ผล
          มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Coltage Cheese (คล้ายโยเกิร์ต) 120 กรัม
          มื้อเย็น : แฮม 2 แผ่น บร็อคคอลรี่ต้ม 4 ออนซ์ แครอทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ กล้วยหอม 1/2 ผล
   
 วันที่ 3

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล แคร๊กเกอร์ (แบบเค็ม) 5 แผ่น Cheddar Cheese 1 แผ่น แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล
          มื้อกลางวัน : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง
          มื้อเย็น : ปลาทูน่า 4 ออนซ์ บีทรูทต้ม 4 ออนซ์ ไอศกรีมวนิลา 4 ออนซ์ ดอกกระหล่ำต้ม 4 ออนซ์ แคนตาลูป 1/2 ผล

หมายเหตุ

          1. ขนมปังปิ้งต้องปิ้งจนแห้ง ห้ามทาเนยหรือมาการีน
          2. แคร๊กเกอร์ต้องเป็นรสเค็ม
          3. ปลาทูน่าและถั่วฝักยาวสามารถแช่แข็งได้
          4. อาหารชุดนี้จะทำปฏิกิริยาทางเคมีซึ่งกันและกัน และพิสูจน์ได้

ข้อห้าม

          1. ห้ามเปลี่ยนแปลงหรือทดแทนอาหารอื่น ห้ามใช้เครื่องปรุงอื่น นอกจากเกลือและพริกไทย
          2. รายการใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ให้ใช้วิจารณญาณตามความเหมาะสม

         สูตร อาหารนี้ให้ใช้ติดต่อกัน 3 วัน ภายใน 3 วัน ควรลดน้ำหนักได้ 10 ปอนด์ หรือประมาณ 4.5 กิโลกรัม หลังจาก 3 วัน สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติค่ะ

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 4 : สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน

         สาวๆ ที่สนใจ สูตรลดน้ำหนัก 7 วัน ควรจัดอาหารรับประทานดังนี้

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม
          มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้

 วันที่ 2

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้
          มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท
          มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้

 วันที่ 4

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟองกับแครอทต้ม
          มื้อเย็น : ผลไม้และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ

 วันที่ 5

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ปลาเผาหรือปลาย่างกับผักต้ม
          มื้อเย็น : สเต็ก หรือเนื้อย่างไม่ติดมัน กับสลัดผักสดน้ำใส

 วันที่ 6

          มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ไก่ย่างไม่ติดหนัง
          มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับแครอทต้ม

 วันที่ 7

          มื้อเช้า : กาแฟหรือชาบีบมะนาว แต่ไม่ใส่น้ำตาล
          มื้อกลางวัน : ผลไม้อะไรก็ได้ในปริมาณต้องการ
          มื้อเย็น : อะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทาน ไม่จำกัดปริมาณ

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 5 : สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วัน

         มาลองดูกันหน่อย สูตรลดน้ำหนัก ใน 13 วันมีอะไรบ้างเอ่ย

 วันที่ 1

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย 
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

 วันที่ 2

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย 
          มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย 
          มื้อเย็น: เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 3

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น 
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว 
          มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 4 

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น 
          มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย 
          มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

 วันที่ 5

          มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว) 
          มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด 
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

 วันที่ 6

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น 
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว 
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

 วันที่ 7

          มื้อเช้า : ชา 1 ถ้วยไม่ใส่น้ำตาล/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น 
          มื้อกลางวัน : น้ำเปล่าอย่างเดียว 
          มื้อเย็น : หมูอบ 2 ขีด / ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 8

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย 
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /ผักกาดต้ม 3 ขีด /มะเขือเทศสด 1 ผล
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว

 วันที่ 9

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย 
          มื้อกลางวัน : เนื้อหมูอบ 2.5 ขีด /โยเกริ์ต 1 ถ้วย 
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด /น้ำมะนาว /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 10

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น 
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง /เนื้อหมูอบ 1 ขีด / สลัด /น้ำมะนาว 
          มื้อเย็น : คื่นช่ายต้มสุก 3 ขีด/ มะเขือเทศ 1 ผล /ผลไม้ 1 ผล

 วันที่ 11

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย /ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น 
          มื้อกลางวัน : น้ำส้มคั้น 1 แก้ว/ โยเกริ์ต 1 ถ้วย 
          มื้อเย็น : ไข่ต้มแข็ง 1 ฟอง / แครอทสด 1 หัว/นมจืด 1 กล่อง

 วันที่ 12

          มื้อเช้า : แครอทสด 1 หัว(ราดด้วยน้ำมะนาว) 
          มื้อกลางวัน : เนื้อปลากะพงนึ่ง 2 ขีด 
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด /สลัด

 วันที่ 13

          มื้อเช้า : กาแฟดำ 1 ถ้วย/ขนมปังปิ้ง 1 แผ่น 
          มื้อกลางวัน : ไข่ต้มแข็ง 2 ฟอง/ แครอทสด 1 หัว 
          มื้อเย็น : เนื้อไก่อบ 2 ขีด/ สลัด /น้ำมะนาว

สำหรับสูตรลดน้ำหนัก 13 วันนี้ มีข้อห้ามด้วยนะคะ สำคัญมากๆ คือ

          ใน 13 วันนี้ ห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เบียร์ เหล้า ไวน์ หมากฝรั่ง หรือขนมที่มีรสหวานเด็ดขาด

          หากเผลอทานนอกเหนือจากสูตร และต้องการจะเริ่มควบคุมอาหารใหม่อกครั้ง ต้องเริ่มทานสูตรนี้ใหม่ หลังจาก 6 เดือนไปแล้ว 

          หากควบคุมอาหารตามสูตรได้แล้วถึงวันที่ 6 แต่ล้มเหลว จะสามารถเริ่มทานอาหารสูตรนี้ใหม่ได้ เมื่อผ่าน 3 เดือนไปแล้ว

          หากทานอาหารตามสูตรนี้ได้ครบ 13 วันแล้ว ยังต้องการจะควบคุมอาหารอีก ควรทำหลังจาก 1 ปีไปแล้ว หรือถ้าเลย 2 ปีไปได้ จะดีที่สุดค่ะ

นอกจากนี้ สูตรลดน้ำหนัก 13 วัน ยังมีรายละเอียดปริมาณอาหารที่กำหนดไว้คือ

          1.กาแฟดำ.. ให้ใส่น้ำตาลได้ 1 ช้อน ถ้าไม่ใส่ได้ จะดีที่สุดค่ะ
          2.ผักต้ม.. ถ้าใช้ผักขมไทยได้จะดีมาก หรือถ้าหาไม่ได้ก็ใช้ผักกาดขาว หรือผักกวางตุ้งแทนก็ได้
          3.มะเขือเทศสด.. ถ้าผลใหญ่ให้ทาน 1 ผล ถ้าผลเล็กให้ทาน 2-3 ผล
          4.เนื้อไก่อบ..ใช้เนื้อสัน หรือเนื้อหน้าอกที่ไม่ติดมันหรือหนังเลย 2 ขีด ส่วนเนื้อหมูก็ต้องไม่ติดมันเลยเหมือนกัน
          5.สลัด..ใช้ ผักกาดหอม 1 ต้นเล็ก หอมใหญ่ 1 หัว แตงกวา 2 ลูก นำมาหั่นรวมกันจะได้ประมาณ 1 จาน แล้วราดด้วยน้ำสลัดใสเท่านั้น 1 ถ้วย (ประมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ)
          6.น้ำมะนาว..ใช้มะนาวสด 1-2 ลูก คั้นเอาน้ำ แล้วชงน้ำร้อนใส่เกลือ (ใส่น้ำแข็งก็ได้)
          7.โยเกิร์ต..รสจืด (รสธรรมชาติ) จะดีที่สุด
          8.ผลไม้สด 1 ผล..ให้เลือกทานคือ ส้ม ชมพู่ แอปเปิ้ล ฝรั่ง หรือผลไม่ที่ไม่เป็นแป้งและต้องไม่หวาน
          9.ปลานึ่ง..ใช้ปลาช่อนแทนปลากระพงได้ แต่ไม่ว่าปลาอะไรก็จะต้องไม่ติดหนังเลย
          10.ไข่ต้ม..ต้องต้มให้สุกๆ เลยค่ะ
          11.น้ำเปล่าดื่มได้ทั้งวัน วันละ 1-2 ลิตร ถ้าหิว..ให้ดื่มน้ำเปล่าได้อย่างเดียว "เท่านั้น" เพราะน้ำเปล่าสามารถดื่มได้ทั้งวัน เท่าไหร่ก็ได้ค่ะ

 สูตรลดน้ำหนัก สูตรที่ 6: สูตรลดน้ำหนัก ใน 2 สัปดาห์

         หาก สาวใดคิดว่า 3 วัน 7 วัน เร็วไป กลัวไม่ได้ผลล่ะก็ มาลอง สูตรลดน้ำหนัก 2 สัปดาห์กันดีกว่า โดยตลอด 2 สัปดาห์ ให้จัดมื้ออาหาร และปฏิบัติตัวดังนี้

          1. มื้อเช้ากินไข่ต้ม 1 ฟองหรือโยเกิร์ต 1 ถ้วย 
          2. มื้อกลางวันกินสลัดผัก 1 จาน หรือส้มตำ 1 จาน (อย่าปรุงรสหวานนะคะ) 
          3. มื้อเย็นกินแอปเปิ้ล 1 ผล หรือแฮมนึ่ง 1 แผ่น 
          4. งดอาหารหลัง 6 โมงเย็น ถ้าหิวให้ดื่มน้ำมากๆ แทน 
          5. เต้นแอโรบิก 60 นาที 4 ครั้งต่อสัปดาห์

         ทำตามนี้ทุกวัน เป็นเวลา 2 สัปดาห์ รับรองว่า น้ำหนักส่วนเกินของคุณสาวๆ หา

สูตรเด็ด! วิธีลดน้ำหนักของไมลี่ย์ ไซรัส จากสาวอ้วนเป็นหุ่นผอมเอวบาง

    ไมลี่ย์ ไซรัส ดาราสาวผู้โด่งดังจากช่องดิสนีย์ น้องไมลีย์คนสวยโลดแล่นอยู่ในวงการได้สักพัก ก็ประสบกับปัญหาอย่างที่ดาราฮอลลีวูดหลายๆคนเป็นเหมือนกัน นั่นคือ ความอ้วน  นั่นเอง แต่เธอก็สามารถลดความอ้วนลงได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งใช้วิธีการลดน้ำหนักด้วยสูตรเฉพาะ ที่สามารถเปลี่ยนจากสาวอ้วน กลายเป็นหุ่นผอมสวยเอวคอดบางได้ขนาดนี้
ปี 2011 ปีที่แล้ว ไมลีย์ มีรูปร่างอวบอ้วน
อยากรู้วิธีลดน้ำหนักแบบไมลีย์แล้วสิ เธอทำวิธีไหนกัน?
         เราไปค้นข้อมูลมาแล้ว ว่าไมลีย์ ไซรัส มีวิธีการลดน้ำหนักสูตรเด็ด นั่นคือ การออกกำลังกายแบบพิลาทิส งดบริโภคอาหารที่มีกลูเตน งดนมและอาหารที่มีส่วนผสมของนม
         ออกกำลังกายแบบ พิลาทิส (Pilates) คือ การออกกำลังกายที่ เป็นการผสมผสานระหว่าง 2 สิ่ง คือ “การออกกำลังกับการหายใจ” การออกกำลังกายที่เน้นการบริหารช่วงช่องท้องกลางลำตัว พร้อมๆกับการฝึกการกำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อให้มีสมาธิ
ท่าออกกำลังกายแบบ พิลาทิส (Pilates)
         ส่วน กลูเตน (Gluten) เป็น ไกลโคโปรตีน ที่มีอยู่ในธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าว ข้าวโพด แป้ง ดังนั้น การงดกลูเตน คือ งดบริโภคผลิตภัณฑ์อาหารที่ทำมาจากธัญพืชดังกล่าวข้างต้น โดยเฉพาะขนมอบต่างๆ ได้แก่ ขนมปัง, เค้ก, พาย, โดนัท เป็นต้น
          มาในปี 2012 เธออยากจะใส่ชุดแต่งงานให้ได้สวยๆ จึงตั้งใจลดน้ำหนัก จนได้หุ่นเพรียวบางอย่างที่เห็นอยากจะลดหุ่นให้ผอมสวยได้อย่างไมลีย์ ก็ลองนำสูตรนี้ไปทดลองลดน้ำหนักของคุณกันได้ค่ะ
1. พิลาทิส 2. งดแป้ง 3. งดนม
ที่มา surgecosmetic

ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่

ตอน ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่


 วิธีลดความอ้วน สูตรลดน้ำหนัก ที่สาวๆ สนใจ
 
วิธีลดความอ้วน

โรคอ้วน เป็นสภาวะร่างกายที่มีไขมันสะสมตามอวัยวะต่างๆ มากจนเกินไป
 
เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราต้องลดความอ้วนแล้วหรือยัง ?
 
      เรื่องของความอ้วนเป็นปัญหาที่ สาวๆ หลายๆ คนกลัวว่าจะทำให้เสียบุคลิกภาพ แต่นอกจากบุคลิกภาพจะไม่สวยงามแล้วยังอาจมีปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกด้วยค่ะ ถ้าความอ้วนเกิดมาเยือนเราขึ้นมาแล้ว ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเราได้ เช่น การปวดเมื่อยเมื่อนั่งนานๆ อาการปวดหลัง หรือเข่า หรือเมื่ออายุเรามากขึ้นก็จะก่ลายเป็นโรคได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหัวใจ เราจะดูว่าตัวเองอ้วนหรือไม่อ้วนนั้น เรามีวิธีคำนวณคร่าวๆ จากการคำนวณดัชนีมวลกายมาฝากทุกๆ ท่านค่ะ

ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI)
 
BMI    =       น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)
                                        ส่วนสูง (เมตร) x ส่วนสูง (เมตร)
                                      
     BMI คิดจากน้ำหนักตัวเป็นกิโลกรัม หารด้วยส่วนสูงเป็นเมตร  คูณด้วยส่วนสูงเป็นเมตร เช่น ถ้าคนมีน้ำหนักตัว 55 กิโลกรัม สูง 160 เซนติเมตร ซึ่งก็คือ 1.6 เมตร จะมีค่า BMI เท่ากับ 21.48
     ค่า BMI ของคนปกติจะอยู่ในช่วง 18.5 - 22.9 ถ้าตั้งแต่ 23 ขึ้นไป ถือว่า เริ่มอ้วน แต่ถ้าเกิน 25 เราจะเรียกว่าโรคอ้วน
ยาลดน้ำหนัก
 
ยาลดน้ำหนักอีกทางเลือกของ
วิธีลดความอ้วน

วิธีลดความอ้วนด้วยการรับประทานยาลดน้ำหนัก
 
     หลายท่านเมื่ออ้วนแล้วก็เลือกวิธีลดความอ้วนด้วยการใช้ยาในการลดน้ำหนัก อันนี้เราไม่แนะนำเป็นอย่างยิ่งค่ะ เนื่องจากว่ายาชุดลดความอ้วนจะมีส่วนประกอบของยาหลายชนิด ที่อาจมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยาที่กดศูนย์การอิ่ม ซึ่งจะทำให้เรารู้สึกอิ่มตลอดเวลา ยาจำพวกนี้จะมีผลข้างเคียงค่อนข้างสูง อาจทำให้มีอาการใจสั่น ง่วงซึม หงุดหงิดง่าย สมาธิ(Meditation)สั้น และที่สำคัญ ถ้าหากว่าเราหยุดรับประทานยาแล้วก็จะกลับมาอ้วนเหมือนเดิม หรือในบางท่านกลับมาอ้วนมากกว่าเดิม ซึ่งเรียกว่าปรากฎการณ์ โยโย่เอฟเฟค (YOYO Effect)
 
     ยาอีกชนิดหนึ่งเป็นยาที่ช่วยดูดซึมไขมัน ร่างกายเราจะไม่อ้วน จากการที่ได้รับไขมันน้อยลง แต่ผลเสียที่ตามมาก็คือ จะทำให้ร่างกายขาดวิตามินเอ ดี อี เค และยังมีไขมันออกมาพร้อมกับอุจจาระ หรือบางท่านมีอาการคล้ายคนท้องเสียได้
 
     อาหารเสริมก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ หลายคนเลือกใช้ หลักของอาหารเสริมก็คือ การนำผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณสมบัติในการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ช่วยระบายมาสกัดให้เข้มข้นขึ้น อาจทำเป็นในรูปแบบเม็ด หรือรูปแบบชาชงดื่ม แต่ว่าอาหารเสริมนี้จะช่วยลดความอ้วนได้หรือไม่นั้น ก็ยังขึ้นอยู่กับอุปนิสัยส่วนตัวของเราด้วย ว่าจะจำกัดอาหาร และออกกำลังกายร่วมด้วยหรือเปล่า
ส้มตำ-อาหารลดความอ้วน
 
ส้มตำเป็นอีกเมนูที่ช่วยลดความอ้วนได้

อาหารลดความอ้วน
 
     ดังนั้น วิธีการลดความอ้วนลดน้ำหนักและไขมันที่ถูกต้องไม่ควรที่จะอดอาหาร หรือใช้ยา แต่ควรเลือกรับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วน เลือกรับประทานผักให้มากๆ รับประทานโปรตีนจากเนื้อสัตว์ ไข่ และถั่ว ให้เพียงพอต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ลดปริมาณอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน ดื่มน้ำสะอาดให้มากเพียงพอต่อร่างกาย
 
สูตรลดความอ้วนที่ดี คือ การออกกำลังกาย ไม่มีผลข้างเคียงต่อสุขภาพ

    วิธีลดความอ้วนด้วยออกกำลังกายเป็นประจำวันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองให้ดี ขึ้น ทำให้ผิวกระชับ หรือที่เรียกว่าฟิตแอนด์เฟิร์ม (Fit & Firm) โดยที่ไม่ต้องระวังเรื่องผลข้างเคียงของการใช้ยา
ออกกำลังกาย-ลดความอ้วน

ลดความอ้วนได้ด้วยการหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
     และเคล็ดที่ไม่ลับอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะบอกก็คือ การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยให้เรานั่งสมาธิได้ดีขึ้น ไม่ค่อยปวดเมื่อย จะได้ไม่ต้องขยับตัวบ่อยๆ และนั่งได้นิ่งนานๆ อย่าลืมนะคะ นิ่งๆ นุ่มๆ นานๆ จะได้เข้าถึงธรรมกันอย่างง่ายดาย ลองไปคำนวณดูเองนะคะว่า น้ำหนักตัวของเราเหมาะสมแล้วหรือยัง ถ้าผอมไปก็รับประทานให้มากขึ้น แต่ถ้าอ้วนไปก็ต้องไม่ตามใจปาก และถ้าจะให้ได้บุญด้วยนะคะ อาจจะลองรักษาศีล 8 ไม่รับประทานอาหารมื้อเย็นดูก็ได้นะคะ หวังว่าเรื่องอ้วนๆ ในวันนี้คงจะเป็นประโยชน์กับทุกท่านบ้างนะคะ

ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ BMI
หรือ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index)
    BMI หรือ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index)  เป็นวิธีหนึ่งของการประเมินปริมาณไขมันในร่างกายที่นิยมใช้กันทั่วไป เพื่อประเมินภาวะอ้วนผอมในบุคคลอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยใช้สมการ

น้ำหนักตัว(กิโลกรัม) / ส่วนสูง(เมตร)2

แล้วเปรียบเทียบกับค่าที่กำหนดไว้

     น้อยกว่า 18.5 = ผอม
     ระหว่าง 18.5 -24.9 = สมส่วน
     ระหว่าง 25-29.9 = น้ำหนักเกิน
     มากกว่า 30 = อ้วน
     มากกว่า 40 = อ้วนอันตราย

ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index)

ตารางชี้วัดดัชนีมวลกาย
(Body Mass Index)

BMI กับการชี้วัดภาวะโรคอ้วน

      ปัญหาโรคอ้วนในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของโรคอ้วน ได้แก่ พันธุกรรม สิ่งแวดล้อม วิถีชีวิต การเลี้ยงดู และพฤติกรรมสุขภาพ จากรายงานทางการแพทย์ อาทิ รายงานของ Berenson และคณะ ในการศึกษา Bogalusa Heart Study และรายงานอื่นๆ สรุปได้ว่า เด็กที่อ้วนมีแนวโน้มจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วน และคนอ้วนมีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นโรคความดันเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง
 
     ผลกระทบจากปัญหาโรคอ้วน  ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามมองหาวิธีป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ โดยการแสวงหาและพัฒนาเครื่องมือชี้วัดปริมาณไขมันในร่างกายที่เหมาะสมและ เชื่อถือได้สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ  เพราะที่ผ่านมาเป็นการการพัฒนาโดยนักวิจัยชาวตะวันตก เมื่อนำมาใช้กับชนชาติที่แตกต่างกัน ผลที่ได้ย่อมขาดความเที่ยงตรง
 
     เนื่องจากแต่ชนชาติย่อมมีรูปแบบการเจริญเติบโต และระดับกิจกรรมของร่างกายที่แตกต่างกัน แม้ในกลุ่มประเทศเอเชียด้วยกันเอง  ดังรายงานการวิจัยของ  Deurenberg และคณะ ที่ได้ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายกับ BMI ในกลุ่มตัวอย่างต่างเชื้อชาติพบว่า คนจีนควรมีค่า BMI ที่ 23.1 คนไทย ที่ 22.1 และคนอินโดนีเซีย ที่ 21.8
 
     ขณะที่ค่ามาตรฐานที่ได้มีการวิจัยโดยชาวตะวันตกนั้น กำหนดไว้ที่ 25 แม้การใช้ BMI จะเป็นที่นิยมในการวัดปริมาณไขมันในร่างกาย เนื่องจากใช้ง่ายและได้ค่าที่น่าเชื่อถือ แต่วิธีการนี้ก็ยังไม่เหมาะในคนที่มีปริมาณกล้ามเนื้อมาก เช่น นักกีฬา เนื่องจากอาจได้ค่าที่ผิดพลาด เพราะใช้ค่าความสูงยกกำลังสองไปหารน้ำหนักร่างกาย
 
     อย่างไรก็ตามการใช้ BMI เพื่อดูภาวะอ้วนในเด็กและวัยรุ่นก็มีความแตกต่างออกไป แม้ในรายงานการประชุมเกี่ยวกับการจัดทำเกณฑ์วัดและประเมินภาวะอ้วนในเด็กและ วัยรุ่นของ International Obesity Task Force ในปี 1997 จะสรุปว่า BMI เป็นวิธีที่ใช้ได้ดีในเด็ก แต่เนื่องจากเด็กมีการเปลี่ยนแปลงความสูงตามอายุ และมีการเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นที่แตกต่างกัน โดยเด็กหญิงจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นก่อนเด็กชาย จึงมีการเสนอให้ใช้ BMI for Age ซึ่งขณะนี้มีความพยายามพัฒนา BMI for Age สำหรับใช้กับเด็กในหลายประเทศ รวมถึงความพยายามที่จะให้มี International BMI for Age ด้วย
 

เคล็ดลับวิธีการลดความอ้วน ลดน้ำหนัก แบบธรรมชาติ

อ้วนลดน้ำหนัก.com นำเสนอเคล็ดลับวิธีการลดความอ้วน ลดน้ำหนัก แบบธรรมชาติให้ได้ผล



เคล็ดลับพิชิตความอ้วน ลดน้ำหนักให้เห็นผล กับเคล็ดลับ 5 วิธีดังนี้

1.ไม่กินข้าวมื้อเย็น หรือ ทานอาหารพวกผักและผลไม้แทน สำหรับมื้อเย็นแล้วให้หลีกเลี่ยงการทานข้าวที่มากเกินไป และหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง (โดยเฉพาะข้าวไม่ควรทานมากเกินไป) ไขมัน อาหารทอดทั้งหลายนี้ต้องเลี่ยงเลย ควรทานเป็นผลไม้ สลัดผัก อาหารจำพวกเส้นใย น้ำผลไม้ เป็นต้น

2. ในหนึ่งสัปดาห์ควรเลือก 1 วัน สำหรับ งดเนื้อสัตว์ ไขมัน ข้าว แล้วกินแต่ผลไม้และธัญพืชอย่างเดียวทั้งวัน เช่น มะละกอสุก กล้วย แอบเปิล ถั่วต่างๆ เป็นต้น ไม่ควรทานผลไม้ที่ให้แคลลอรี่สูงหรือพลังงานสูง เช่น ทุเรียน

3.อาหารทุกมื้อพยายามเคี้ยวอาหารช้า ๆ
การที่เราทานอาหารด้วยความรวดเร็วจะทำให้เรากินได้มากเกินพิกัดโดยที่ไม่รู้ ตัว ที่สำคัญสาวๆ จำไว้ให้ดีว่าไม่ควรทานอาหารหลัง 6 โมงเย็น หรือช่วงกลางคืนดึกดื่นเป็นอันขาด เพราะช่วงนี้แหละที่ทำให้เราต้องเจอกับปัญหาอ้วน ๆๆๆ ควรทานอาหารให้พอเหมาะ โดยเฉพาะข้าวอย่าทานมาก ควรทานผักให้มากๆ แทน หากรู้สึกไม่อิ่มให้ทาน น้ำผลไม้หรือ ควรหันมาทานผลไม้ ธัญพืช เพิ่มเติมเข้าไป แต่อย่าลืมนะค่ะว่าเราต้องทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่เราไม่จำเป็นต้องทานในปริมาณมากๆ เดี๋ยวจะอ้วนเอา

4. หมั่นดื่มน้ำผลไม้ก่อนทานอาหาร 
ก่อนทานอาหาร ควรดื่มน้ำผลไม้ หรือ ผลไม้สดก็ได้ เช่น น้ำส้ม เพราะวิตามินที่มีอยู่ในน้ำส้มจะช่วยดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ น้ำองุ่น ในองุ่นนั้นมีแร่ธาตุเสริมให้เนื้อเยื่อแข็งแกร่งและสดใสเพราะอุดมไปด้วย วิตามินซี ซึ่งการดื่มน้ำผลไม้หรือผลไม้ก่อนทานอาหารจะช่วยให้เราอิ่มอาหารเร็วขึ้น ทำให้ไม่ต้องทานอาหารเยอะเกินความจำเป็น ช่วยให้ไม่อ้วน

5. การเคลื่อนไหวร่างกายหรือการออกำลังกาย
พยายามหาเวลาหรือกิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวจนได้เหงื่อ เช่นการออกกำลังกาย เล่นกีฬา การทำงานบ้าน เป็นต้น ช่วงแรกเริ่มต้นวันละประมาณครึ่งชั่วโมงก็ยังดี แล้วพอร่างกายเริ่มปรับเข้าที่ก็เพิ่มการออกกำลังกายเป็นวันละ 1 ชั่วโมง จะช่วยเผาผลาญไขมันได้ดี แถมได้สุขภาพที่แข็งแรงอีกด้วย ซึ่งการออกกำลังกายถือเป็นอีกสูตรสำเร็จที่ทำให้ผู้ที่ต้องการลดความอ้วน สามารถทำฝันเป็นจริงได้
ด้วยเคล็ดลับวิธีลดความอ้วนแบบธรรมชาติง่าย ๆ แบบนี้ หากสาว ๆ คนไหนสามารถปฏิบัติเป็นประจำ ปฏิบัติอย่างจริงจัง สามารถตัดปัญหาเรื่องของความอ้วนและน้ำหนักไปได้เลยค่ะ

ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

วิธีลดความอ้วน ลดน้ำหนัก

วิธีลดความอ้วน

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

หลายคนที่กำลังประสบปํญหาโรคอ้วน ตัวใหญ่เกินความต้องการของเรา กินเยอะเกินไป ลงพุง หรือแม่กระทั่งอ้วนตามกรรมพันธุ์ หลากหลายปัญหาที่ทำให้เกิดกับภาวะโรคอ้วน หลายคนจึงสรรหาวิธีที่จะลดความอ้วน เพื่อที่จะให้ตนเองดูดีเท่าที่จะเป็นได้
ในการลดความอ้วนนั้นก็มีอยู่หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการกินยาลดความอ้วน โภชนาบำบัด การอดอาหาร ออกกำลังกาย การเข้าคอร์สลดน้ำหนัก ซึ่งจะมีใช้จ่ายที่สูงมากๆ การที่จะเข้าคอร์สลดน้ำหนักต้องคิดให้ดีก่อนตัดสินใจ และวิธีอื่นๆอีกมากมาย ที่เราใช้กัน แต่บางคนก็ตั้งใจที่จะลดความอ้วน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะอดใจไม่พอ เพราะฉนั้นในการลดความอ้วน เราจะต้องอดใจให้ได้ อดใจให้เป็นจึงจะประสบความสำเร็จในการลดความอ้วนนั่นเอง
สาเหตุโรคอ้วนนั้นนะครับ ก็มาจากสาเหตุใหญ่ๆที่เราเห็นได้ชัดเลย นั่นก็คือวัฒนธรรมการกินอาหารฟาสฟูด การนอนดึกตื่นเช้า ความสะดวกในชีวิตประจำวัน รวมทั้งการไม่ออกกำลังกาย ซึ่งทำให้คนไทยเกิดภาวะ “โรคอ้วน” กันเป็นส่วนใหญ่
ซึ่งในบทความนี้นะครับ ผมจะพยายามค้นหาและรวบรวมวิธีลดความอ้วนต่างๆ ที่สามารถทดลองทำเองที่บ้านได้ มาให้เพื่อนๆทุกๆคนกันนะครับ ซึ่งปลอดภัยและสะดวกด้วยครับ
วิธีลดความอ้วนวิธีแรก การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ?30?นาที โดยในช่วงระยะเวลา 30 นาทีแรกเป็นการเร่งการเผลผลาญของกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย โดยการออกกำลังกายเพื่อเร่งกระบวนการเผาผลาญมีหลายวิธี เช่น?การ วิ่ง การเดินเร็ว การว่ายน้ำ การเต้นแอโรบิค ซึ่งเมื่อเราเมื่อเราทำเป็นประจำจะทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกาย เพิ่มขึ้น ทำให้กระบวนการเมตาบอลิซึ่มในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

รวม วิธีลดความอ้วน ลดน้ำหนัก

วิธีลดความอ้วนวิธีที่สอง?การเลือกการบริโภคอาหาร
ในการรับประทานอาหาร คนส่วนใหญ่มักจะรับประทานในส่วนของแป้งและไขมันเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำให้ร่างกายได้รับสารเหล่านี้เกินความจำเป็น และนำไปสะสมในส่วนต่างๆของร่างกาย เลยเป็นสาเหตุของโรคอ้วน ดั้งนั้นเราจึงควรเลือกรับประทานในส่วนของสารอาหารที่เป็น วิตามิน เหลือแร่ จากผักผลไม้ต่างๆ ให้ครบถ้วน รวมทั้งลดอาหารที่เป็นแป้ง และ ไขมัน เช่น พวกขนมหวานต่างๆ หรือไขมันสัตว์ เป็นต้น
วิธีลดความอ้วน วิธีที่สาม โดยลดความเครียด
ความเครียดส่งผลต่างๆต่อระบบร่าง และส่งผลกับความอ้วนด้วย หลายคนสงสัย เอ๊ย! มันจะไปเกี่ยวอะไรกับความอ้วนล่ะ อ้าว ก็เกี่ยวสิครับ เพราะว่าเมื่อเราเกิดอาการเครียดนะครับ ส่วนใหญ่ เราจะหยิบอาหารเข้าปากกันแทบทุกคน อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนะครับ แม้แค้ตัวผมเองก็ยังหยิบอาหารเข้าปากเคี้ยวๆๆเลยนะครับ ดั้งนั้น ใครที่จะลดความอ้วน ควรอย่าไปเครียดนะครับ หาอะไรทำที่ผ่อนคลายๆ จะได้ไม่เกิดอาการเครียด แล้วอาหารจะได้ไม่เข้าปากจนทำให้อ้วนอีกครับ
วิธีลดความอ้วน โดยการบริโภคน้ำสะอาดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
โดยปกติแล้ววันวันนึง คนเราควรรับประทานน้ำให้ได้ถึงวันละ 8-10?แก้ว ซึ่งจะพอดีกับความต้องการของร่างกายเรา แต่ในคนที่ประสบภาวะโรคอ้วน จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องดื่มน้ำให้มากกว่านั้น บางคนถาม อ้าว ทำไมต้องดื่มล่ะ ก็เพราะว่าน้ำจะเป็นส่วนที่ทำให้ไขมันที่อยู่ในร่างกายของเราน้อยลง เนื่องจากเมื่อเราดื่มน้ำเข้าไป น้ำจะไปทำความสะอาดอวัยวะต่างๆของร่างกาย ทำให้ช่วยขับไขมันออกมาจากร่างกาย และผลพลอยได้จากการดื่มน้ำอย่างเพียงพอก็คือ จะสังเกตได้ว่า ผิวพรรณจะรู้สึกผ่องใส สวยงามเลยมีเดียว
วิธีลดความอ้วนโดยการพักผ่อนให้เพียงพอ
การพักผ่อน ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งของชีวิตเลย เพราะการร่างกายคนเราต้องการการพักผ่อนเพื่อที่จะให้กระบวนการต่างๆของร่าง กายซ่อมแซมส่วนที่ร่างกายสึกหรอ จากการใช้ชีวิตประจำวัน แต่การพักผ่อนนั้นไม่ใช่การที่จะนอนดึกแล้วตื่นสาย เพราะการนอนดึกแล้วตื่นสายแทบไม่ได้ช่วยให้ร่างกายซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอด้วย ซ้ำ ถ้าจะให้ลดความอ้วนมีประสิทธิภาพ เราควรพักผ่อนวันละ?6-8?ชม.ต่อวัน แต่ปกตินอนแค่ 6 ชั่วโมงก็น่าจะเพียงพอแล้ว จะได้เอาเวลาไปออกกำลังกายต่อ สมมุติเรานอน 5 ทุ่มครึ่ง แล้วตื่นให้ได้ประมาณตี 5 – 5.30 ก็จะมีเวลาไปออกกำลังกาย หาอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพทาน ซึ่งการนอนแต่หัวค่ำ และตื่นแต่เช้ามืดก็จะทำให้กระบวนการในร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกด้วย และทำให้ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงอีกด้วย
วิธีลดความอ้วน โดยการรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ
การรับประทานอาหารเช้านั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะอาหารเช้าเป็นอาหารมื้อแรกที่ร่างกายจะได้รับ เพราะการที่คนเราจะเริ่มการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน ร่างกายต้องใช้การเผาผลาญจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ทำให้เรารู้ได้ว่า เมื่อเราไม่ทานอาหารเช้า จะทำให้ร่างกายเราเกิดความอ่อนล้า อ่อนเพลีย หิวง่าย สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง โรคกระเพาะ และอื่นๆอีกมากมายจากการไม่ทานอาหารเช้า การรับประทานอาหารเช้าทำให้กระบวนการเผาผลาญในร่างกายทำงานได้อย่างดีและ เป็นปกติ ซึ่งจะเป็นผลให้กระบวนการเผาผลาญเราเผาผลาญสิ่งที่ร่างกายเรารับเข้าไปอย่าง ดี ทำให้มีส่วนลดการสะสมของแป้งและไขมัน
วิธีลดความอ้วน โดยการหากิจกรรมยามว่างทำ
วิธีหากิจกรรมยามว่างทำ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่น่าสนใจ เพื่อที่เราจะเบี่ยงเบน หันเหความสนใจเราไม่ให้ยุ่งกับอาหาร เช่น การอ่านหนังสือ การดูภาพยนตร์ ฯลฯ ทำให้อาหารไม่เข้าปากเราได้ดีเลยทีเดียวครับ
วิธีลดความอ้วน โดยการสร้างแรงบันดาลใจให้ตนเอง
แรงบันดาลใจเป็นสิ่งที่ทำให้คนเราประสบความสำเร็จในสิ่งต่างๆมามากมาย ซึ่งเมื่อเรามีแรงบันดาลใจแล้ว สิ่งๆนั้นยอมบันดาลให้เกิดผลกับเรา โดยวิธีที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง เช่น การหาเสื้อผ้าสวยๆมาแขวนไว้ดู และให้จินตนาการว่าเราสวมใส่ชุดนั้นออกมาสวยเพียงใดเมื่อวันที่เรามีหุ่นสวย อะไรทำนองนี้ ก็จะทำให้เรา ตั้งใจที่จะลดความอ้วนได้อย่างจริงจังนั่นเอง
นี่ก็เป็นการวิธีในการลดความอ้วนเบื้องต้นนะครับ เปรียบเสมือนเป็นพื้นฐานของการลดความอ้วน อยู่ที่เราแล้วล่ะครับว่าเราจะทำมันหรือเปล่า เพราะถ้าเกิดการกระทำ ผลของการกระทำนั้นมันก็จะสะท้อนกลับมาหาเรานั่นเองครับ ก็อยากฝากกับท่านผู้อ่านทุกๆคนนะครับว่า เมื่อเราตั้งใจที่จะทำอะไร ก็ขอให้ตั้งใจทำ แล้วเดี๋ยวมันจะประสบความสำเร็จเองล่ะครับ

Read more: http://www.imarm.com/%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%81/#ixzz2BMVjMGuf

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design by I Love Fat